ปัญหาหลักๆของคนที่ทำ personal brand แล้วไม่รุ่ง

การทำ personal brand นั้น เดี๋ยวนี้ทุกคนรู้แล้วว่า มีประโยชน์ต่อธุรกิจ

แต่ส่วนใหญ่ มักจะมีปัญหากับตัวเอง กับการดึงตัวเองออกมา ไม่รู้ว่า ตรงไหนจะเป็นจุดสำคัญ และดีเพียงพอต่อการสร้างความน่าสนใจ

ผมรวบรวมข้อที่เป็นปัญหาใหญ่ ประมาณ 5 ข้อที่คนมักจะติด และไปไม่ได้ เรียกว่า ถ้า แก้ปัญหานี้ได้ การสร้าง personal brand ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ในอนาคตต่อธุรกิจ

มาดูข้อปัญหากัน

1. ความชัดเจน ในเรื่องของ เราเป็นใคร จุดแข็ง เราคืออะไร เรามีบุคลิกอย่างไร

จากเท่าที่ผมเห็น ปัญหาในการหาเรื่อง ความสามารถ และจุดแข็ง มักไม่ค่อยเท่าไหร่ ยิ่งคนที่มาจากสายอาชีพ ชัดๆ เช่น คุณหมอ ทนายความ ครู นักดนตรี ศิลปิน คนกลุ่มนี้มีจุดแข็งด้านทักษะ แต่เรื่องของบุคลิกที่นำเสนอนี่แหล่ะ เลือกไม่ได้ หรือเลือกแล้ว ก็ไม่เหมาะกับตัวเอง

2.การเลือกสื่อและเรื่องราว ในการเล่าเพื่อสนับสนุน บุคลิกตัวเอง

คนบางคน ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องสร้างตัวตนบน Facebook ก็ได้

การสร้าง personal brand ไม่จำเป็นจะต้อง ใส่สูท แต่งชุดแพงๆ เสมอไป

การค้นหาบุคลิก และจุดเด่นที่ใช่ คือ คีย์สำคัญ ที่จะระบุได้ว่า ตัวเราเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบไหน ใช้สื่ออะไรมากกว่า

บางครั้ง ใช้สัญลักษณ์ที่มีความหมายแทนตัวเรา ก็อาจจะได้พลังมากกว่าที่เอาตัวเราเองออกมาก็เป็นได้ก็ได้

3. ความสม่ำเสมอ

ข้อนี้คือจุดชี้ตายของมือใหม่ ทำ personal brand ช่วง 1-3 เดือนแรก มักจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่หลังจากสามเดือน น้ำที่เคยพุ่งแรง ก็อ่อนลง และก็กลายเป็น หายไปในที่สุด

เวลาและความสม่ำเสมอ คือจุดวัดใจของคนที่ต้องการได้มูลค่า และคุณค่าจากตัวของคุณ

อยากให้คุณลองนึกถึง หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ หรือ รายการทีวี ที่ออกอากาศในเวลานั้น ซ้ำๆ จนคนจำได้ คุ้นเคย คุณก็ต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน

4.ทักษะการนำเสนอตัวตนของเรา

การฝึกฝนทักษะในการสื่อสารการทำ personal brand นั้น ดีที่สุด ต้องเริ่มที่ตัวเรา ตั้งแต่ แนวคิด เป้าหมาย และสิ่งที่เราอยากสื่อสาร

การเลือกประเภทที่จะใช้สื่อสาร

เช่น คุณชอบเขียน ก็เขียนให้ดี

Post เรื่องที่คุณต้องคิดว่าน่าสนใจ และเป็นประเด็นที่คนอยากอ่าน และทำซ้ำๆ

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะเกิดจากเรื่องที่เราทำในสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอนี่แหละ

5.การวางแผน จุดพีคสุด ในการทำ personal brand ก็คือแผน และเป้าหมาย

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ passion ในการทำแบรนด์ของคุณไม่มีเป้าหมาย มันก็เป็นได้แค่งานอดิเรก ทำไปแบบดุ่ยๆ ไม่ศึกษาคนอื่นที่ทำ หรือคู่แข่ง ว่าเขาทำอะไร

การได้มีคู่แข่ง จะเป็นตัวที่ทำให้คุณจะต้องพัฒนาตัวเองไม่หยุด ดังนั้น จงหาคู่แข่งเสีย

การมีเป้าหมายอย่างตั้งใจ จะทำให้คุณมองไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง และรู้ว่าเรากำลังไปถึงไหนและขาดอะไร

จากประสบการณ์ผม คนที่ไม่มีเป้าหมาย ท้ายที่สุดก็จะจบลงที่ไม่เกิน 1 ปี ยิ่งธุรกิจของคุณมีคู่แข่งมากเท่าไหร่ การแข่งขันก็ยิ่งสูง ชนะได้ในช่วงแรกไม่ได้หมายถึงชัยชนะในระยะยาว ดังนั้น การมีแผนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าคุณอยากจะทำ personal brand อย่างมีเป้าหมายในเชิงพาณิชย์ ผมแนะนำว่าคุณควรหาคนที่มีประสบการณ์ไว้คอยให้คำปรึกษาสักคน โดยเฉพาะการใช้สื่อด้านออนไลน์ เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้น รวดเร็วเสมอ สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ตกยุคไปแล้วในเวลาข้างหน้าเพียงแปบเดียว

ขอให้สนุกกับการทำแบรนด์ของตัวเองครับ