Tags

, ,

Personal brand development.001.jpeg

#ในฐานะที่ทำงานด้านขายบริการมาก่อน . #หมายถึงงานสร้างศิลปินนะ = =”

ดังนั้นสินค้าที่ขายก็คือ คนเป็นต้นทุนและเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญต่อบริษัทฯสร้างศิลปินและนักแสดง

การจะสร้างศิลปินหรือคนที่มีความสามารถพิเศษจึงต้องมีกระบวนการเส้นทางสำหรับการลงทุน ไม่อย่างนั้น จะเป็นการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นอย่างยิ่ง
การเซ็นสัญญาของศิลปินที่บอกกันว่า 3 ปี 5 ปี  คนภายนอกอาจจะมองว่า ยาวนานจริง แต่สำหรับสิ่งที่เรียกว่าการพัฒนาคนนั้นไม่ยาวเลย
กว่าศิลปินคนนึงจะบ่มเพาะออกมาเป็นคนที่มีความครบด้านน่าติดตาม ต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และทีมงานมากมาย และโอกาสที่จะได้ศิลปินที่ใช่อาจจะมีเพียง 1ใน 5 หรือ 20% หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการคัดเลือก แต่ส่วนใหญ่ก็ประมาณนี้

…….
คนที่จะถูกนำมาขัดเกลา ต้องมีพื้นฐานอยู่แล้วถึงจะสามารถนำมาฝึกต่อได้ การลงทุนในการสร้างก็มีตั้งแต่ทักษะพื้นฐานด้านดนตรี เต้น แสดง รวมถึงบุคลิก และความคิด และความสามารถเสริม
บางครั้ง เราก็ต้องดูแลไปถึงชีวิตส่วนตัว เพื่อให้เขามีสมาธิกับเรื่องเหล่านี้มากที่สุด

ไม่อยากบอก บางคนที่เคยดูแล ต้องถึงกับหาโรงเรียนให้เรียน หาบ้านให้อยู่ และอีกหลายๆอย่างที่ต้องทำ
การบริหารจัดการศิลปินเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมทุกฝ่ายจึงเป็นงานที่ใช้ศาสตร์และศิลป์ หรือใช้ทั้งตัว ใจ และเงิน ตัวเอง รวมถึง น้ำใจอีกด้วย

บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้ ก็น่าดีใจ แต่หลายๆครั้ง ก็ไม่ต่างจากพื้น เพื่อปูทางให้เขาไปต่อ
ไปได้แล้ว ได้สิ่งที่ได้ ก็จบกัน จากกันไป
กลับมาที่เรื่องเส้นทางการพัฒนาคนดีกว่า

คนหนึ่งคนที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แทบจะหาได้น้อยมาก
แบบอย่างที่เราเห็นที่โด่งดังนั่นแสดงว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เช่น พี่เบิร์ด ลุลา ปาล์มมี่ คนเหล่านี้ให้มีเพียง 1ในล้าน
น้อยไปนะ

คือมีทั้งทักษะพิเศษ ความพยายาม ความรับผิดชอบ ความทะเยอทะยาน และความอยากสำเร็จ

หลายคนมีทุกข้อ ยกเว้นข้อสุดท้าย คืออยากสำเร็จ เพราะใจไม่กล้าคิด กลัวผิดหวัง
เมื่อไม่กล้าคิด กลัว ก็มักไม่ได้
ผมเคยเจอหลายคนที่น่าเสียดายมาก ร้องก็เก่ง หน้าก็ดี การศึกษาก็ได้ แต่กลับกลายเป็นถูกสอนมาไม่ให้มีความอยาก เหมือนมาแล้วก็ไม่รู้จะทำดีหรือไม่
สุดท้ายก็ต้องไปทำอย่างอื่น เพราะความทะเยอทะยานไม่พอ

การใช้เวลาต่อการสร้าง เช่น เรื่องทักษะการเต้น แสดง จะต้องฝึกเป็นปี เพื่อให้จำนวนชั่วโมงสะสมมากพอเพื่อให้เข้าไปในกระดูก ให้เบิร์น

กว่าจะทำได้ ก็ต้องมีหลัก มากกกว่า 50-100 ชั่วโมง
ค่าเรียนอย่างต่ำ ชั่วโมงละ 1,000 ก็เอา 100 ชม. คูณ
แล้วไม่ได้เรียนแค่อย่างเดียว เพียบ

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายต่อศิลปินในการพัฒนา จึงเป็นหลักหลายแสนถึงเป็นล้านบาทสำหรับบางคนไม่นับค่าเสริมสวยและศัลยกรรม
ผู้ชายสมัยนี้ก็ฉีดโบนะจ๊ะ

กว่าจะมาคิดราคาเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจจึงเป็นงานระดับมหภาค ใช้เวลาอย่างน้อย 3ปี ถึงจะเริ่มมีกำไรบ้าง ปรากฏว่าเข้าปีที่3 หมดสัญญาซะงั้น
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มาว่า ทำไมศิลปินจึงต้องเซ็นสัญญาห้าปี
ไว้จะมาเล่าต่อ