Tags

, , , , ,

เมื่อสิงคโปร์กำลังจะพัฒนาเมืองไปสู่ Smart city

สำหรับเมืองเล็กๆแต่ติดอันดับรำ่รวยต้นๆของโลกอย่าง #Singapore

เขาบอกว่าคำอย่าง Smart city ไม่ใช่แค่เพียงคำสวยๆ

หรือการทำการตลาดเท่ๆ แต่มันมีความหมายที่มากกว่านั้น

1.ทำไมการเป็น Smart city จึงสำคัญ

การเป็น Smart city มีสิ่งที่ก้าวไปพร้อมกับ เทคโนโลยี่

นั่นก็คือการยกระดับธุรกิจและผู้คนทที่จะต้องพร้อมกับอนาคต

ที่มีมากกว่าแค่ความสามารถ แต่ยังรวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์

และการสร้างทำสิ่งใหม่ๆ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกเก่าได้

ชีวิตดีขึ้น สะดวกขึ้น งานที่ดีขึ้น สังคมลดเรื่องความเสืยงในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ

มีความมั่นคงในเรื่องสถานะภาพ ความเป็นเมืองที่อำนวยต่อคน

โปรเจคนี้ ใช้เวลาในการสร้าง 10-20 ปี เพื่อลดความเสี่ยง

ของงานที่อาจจะหายไปกับอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ

เป้าประสงค์แรกของสิงคโปร์ ก็เพื่อให้เกิดเรื่องของการจ้างงานต่อคนในประเทศ

รวมไปถงคุณภาพชีวิต และสังคมที่ยกระดับ

2.คุณค่าต่อผู้คนในการวางแผนเมือง

Dr vivian มีความเชื่อว่า ผู้คนในยุคต่อไปมีความต้องการที่จะมีตัวตนทางสังคมมากขึ้น

และเขาก็มีความเชื่อว่า เทคโนโลยี่ไม่ว่าจะเป็น Skype youtube facebook หรืออื่นๆ

ได้เปลี่ยนแปลงผู้คนไปแล้วทั่วโลก และในความเป็นจริง เทคโนโลยี่เหล่านี้ก็ได้เปลี่ยนโลก

และความคิดของผู้คนอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่เขาต้องการทำในระดับพื้นฐานสำคัญก็คือ พัฒนาระบบการเดินทางขนาดใหญ่ เพื่อลดเวลาในการเดินทาง และให้บริการ ไวไฟ ฟรีในที่สาธารณะเพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงและสร้างสมรรถนะ

ของการใช้ประโยชน์จากโลกอินเตอร์เนต เพราะเขาเชื่อว่าคนสิงคโปร์จะได้ประโยชน์

และเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ได้มากกว่า

3.Smart Healthcare ที่ให้บริการอย่างปลอดภัย

สิ่งสำคัญของเขา มี 3 ข้อคือ ทำให้ ถูกกว่า เข้าถึงง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า สิ่งที่ปลอดภัยมากกว่า

ไม่ใช่แค่ในโรงพยาบาล แต่ยังหมายไปถึงบ้าน คุณหมอสามารถให้คำปรึกษาได้รวดเร็วเข้าถึง

การตรวจวัดร่างกายหรือ นำ้ตาลในเลือดสามารถมีเครื่องตรวจได้เลย

ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่าย โดยสามารถทำได้ที่บ้านตัวเอง

โดยที่คุณสามารถบอกตัวตนของคุณได้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาสวมรอยคุณ

(เพราะปรกติ Medical record นั้นถือเป็นความลับของแต่ละบุคคล) โดยมีระบบ

Sync pass ที่จะรักษาตัวตนของคุณ โดยที่เราจะมีระบบป้องกันข้อมูลนี้

ดร. วิเวียนพูดว่า เรื่องนี้เหมือนเหรียญสองด้านที่อาจจะทำไม่ได้เลยถ้าระบบ ป้องกันภัยไม่เจ๋งพอ

4.กฏของ มัวร์ จะทำต้นทุนทุกอย่างถูกลงในการสร้าง Smart city

ด้วยกฏเกณฑ์ของอุตสาหกรรมแบบ Digital นั้น ในทุกๆ 18 เดือนบ่งบอกถึง

การเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงราคาก็เช่นกัน เขาเชื่อว่า ในอนาคต

สิ่งที่ยังทำไม่ได้หลายอย่างในตอนนี้ด้วยปัจจัยเรื่องของราคา อาจะไม่ใช่

ในอีก 18 เดือนข้างหน้า และนั่นคือสิ่งที่เขาจะต้องเตรียมเสียแต่วันนี้

(สมเป็นชาติแห่งการวางแผนเสียจริงๆ) และในมุมของการลงทุน

แบบ public investment หรือการลทุนแบบสาธารณะ 18 เดือนไม่ใช่เรื่อง

ที่ยาวนานเลย

5.เมืองที่รถยนต์ที่ไม่มีคนขับ

เขาเชื่อว่า ณ ปัจจุบัน หลายบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยี่ เกี่ยวกับรถยนต์วิ่งได้เอง

ปัจจัยสำคัญก็คือ นโยบายของการเกื้อหนุนต่อการใช้รถยนต์แบบนี้ การประกันภัยรถ

กฏหมายต่างๆที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ บริษัทร่วมทุน เราไม่จำเป็นสร้างรถด้วยตนเอง

แต่เราจะเป็นประเทศที่เป็นต้นแบบในการใช้พาหนะแบบนี้ที่สวยงามที่สุดในโลก

และเป็นการยกระดับเมือง เขาเชื่อว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้จริง

และสามารถพัฒนาให้เป็นระบบขนส่งสาธาณะ (บ้านเราแทกซี่จะทำไงวะ!!!)

6.การเชื่อมโยง Smart city

เขาไม่เชื่อว่า การเป็นเมืองแบบ Smart city จะถูกแยกออกไป เขาเชื่อว่า

นี่คือส่วนหนึ่งของการเป็น Partner ของทั้งโลก เมื่อสิ่งที่น่าสนใจที่เราฝันไว้เกิดขึ้น

เราพัฒนา เราทดสอบ เราปรับปรุง เราสร้างสิ่งประดิษฐต้นแบบ ทั้งหมดที่ว่ามา เราต้องการ

network ทั้งสิ้น ที่จะเชื่อโยง Smart city กับ ความรู้ ทุกอย่างจะถูกเชื่องโยงกัน

ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ การเปลี่ยนถ่ายสู่สิ่งที่ดีกว่า ไปทั่วโลก

และสิ่งที่สำคัญ เขาก็เชื่อว่าเมืองเล็กๆอย่างสิงคโปร์นั้น จะไม่ได้อยู่อย่างเดียวดาย

แต่จะติดต่อกับคนทั้งโลกsmartcity.jpg

วิดีโอที่เล่าเรื่องจากปาก ดร.วิเวียน

http://www.hitachi.co.th/eng/social-innovation/startupmycity/building_a_citizen.html?WT.mc_id=16ThEnAs-taboolaStartUpMyCityBuild

เมืองไทยเราได้บรรจุ เรื่องของ Smart city อยู่ในโครงการที่ชื่อ eec หรือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจให้เป็นเมืองใหม่ในอีก 15 ปีข้างหน้าโดยรัฐบาลเป็นผู้ลงทุนมากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

http://www.ieat.go.th/assets/uploads/attachment/file/20160708160444903104049.pdf

และนี่เป็นบางส่วนจาก Smartcity ของบ้านเรา

http://www.sipa.or.th/th/article/phuket-smart-city-first-step-thailand-40

เอิ่ม มองดูแล้ว มันคงต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเลย สำหรับคำว่า thailand 4.0