Tags

, , , ,

_90621587_pl_preview_body_getty.jpg

ก่อนฤดูกาลจะเริ่มขึ้น ปีนี้เป็นปีที่น่าปวดหัวมากที่สุดว่าใครจะได้แชมป์

อังกฤษกวาดเอา ผจก ทีมที่ดีที่สุดในโลก มาไว้รวมกันในลีคที่ชื่อว่าดีที่สุดในโลก

การซื้อตัวของทีมจากเมืองที่ฝนตกตลอดปี อย่างแมนเชสเตอร์ครองแชมป์ไปเรียบร้อย

แต่ก็ยังยากที่จะบอกว่า ใครกันแน่ที่ควรจะได้แชมป์ เพราะทุกอย่างมีความเป็นไปได้

เพราะนี่คือ พรีเมียร์ลีค ลีคที่คนทั้งโลกดูมากที่สุด

จะมีนักกีฬาที่ไหน ที่เล่นบอลแล้ว ได้อาทิตย์ เกือบ 10 ล้านบาท บ้าไปแล้ว

รองลงไปจากนั้น แต่ละคนก็ไม่ตำ่กว่า 6-7 แสน ถ้าคูนกันเป็นเดือน ก็ต้องมี 3-4 ล้าน ต่อปีไม่อยากพูดถึง

นี่คนจนอย่างเรากำลังดูเศรษฐีเล่นฟุตบอลชัดๆ

สิ่งที่บ้ามากๆก็คือ หลายๆทีม ลงทุนมากกว่า หลายหมื่นล้านบาท

แต่ที่ไม่น่าเชื่อกว่านั้น วันนี้ ทีมได้กำไรกลับมาแล้ว

Screenshot 2016-08-12 21.56.37

(รายงานยอดการใช้จ่ายการซื้อนักเตะของ ELP บอกเลยว่าแพงนรก)

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กำลังบอกว่า โลกนี้ใช้จ่ายกับฟุตบอลอย่างบ้าคลั่ง

มีนักธุรกิจที่รวยระดับโลกหน้าใหม่ กระโดดเข้าลงทุนไม่ซ้ำหน้าทุกๆปี

มีทุกชาติ ทุกภาษา

ล่าสุด ลีคจีน ใช้จ่ายในการซื้อตั๋วนักเตะแพงเป็นอันดับสองของโลก

มีหลายหน่วยงานที่เริ่มเป็นห่วงว่า เงินเฟ้อที่เกิดจากวงการฟุตบอล

อาจจะทำให้เกิดภาวะล้มสลาย อย่างที่อิตาลีเคยเกิดขึ้น

ในยุโรปหลายประเทศอย่างเยอรมัน จึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายกันทั้ง ระบบ

จะเห้นว่าในลีคเยอรมัน เป็นลีคที่มีคุณภาพ และยังรักษามาตรฐานของธุรกิจได้อย่างดี

ในบ้านเรา จำนวนเงินต่อปี ของทีม ตกประมาณปีละ 250 ล้านบาทโดยเฉลี่ย

(ซึ่งยังถือว่าน้อยถ้าเทียบกับทีมจากจีนที่ลงทุนมากกว่าปีละ 2,500ล้านบาท)

เราเริ่มได้ยิน นักเตะไทย มีรายได้เดือนละมากกว่า 8 แสน ไปจนถึงล้าน

เป็นเรื่องที่น่ายินดี และน่าเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน

เพราะอย่าลืม รายได้กับรายรับต้องมีเหตุและปัจจัยเกื้อหนุน

ในขณะที่ รายจ่ายสูง แต่วันนี้ คนกลับเริ่มเข้าดูฟุตบอลน้อยลงในแต่ละสนาม

ค่าตั๋ว เองก็ยังไม่สามารถดันให้เกินกว่า 200 บาทได้ด้วยซ้ำ

เมื่อมองภาพรวมวงการฟุตบอลไทยจึงยังน่าห่วง

ห่วงที่ คนไทยจะมีวัฒนธรรมในการดูฟุตบอล จริงหรือ

ประเภทออกจากบ้าน ไปสนามทุกอาทิตย์ เหมือนอย่างหลายประเทศ

เราใช่หรือ หรือเราแค่เห่อๆในช่วงแรก

เลยไปสักพัก เราก็กลับไปเดินจตุจักร หรือดู ตลกสามช่าในทีวีเหมือนเดิม

เพราะในหลายๆประเทศ ฟุตบอลคือชีวิตของเขา

เมื่อมันเป็นวัฒนธรรม เป็นลมหายใจ

แบรนด์ฟุตบอลจึงซึมลึกในอณู ลงไปในสายเลือด

หากเราอยากให้วัฒนธรรมเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ยังต้องเดินทางอีกไกล กว่าจะถึงจุดนั้น

credit รูปจาก getty image,BBC