Tags

, , , , ,

ในขณะที่ การหา Brand DNA เป็นการหาตัวตนของตัวเอง สร้างแบรนด์จากการเป็นตัวเอง ดึงจุดเด่น ความชอบ สิ่งที่ตัวเองแตกต่าง จุดเด่นของตัวเอง เป็นการมองจากข้างในออกไปข้างนอก

แต่ในอีกด้านนึง การเห็นคู่แข่งในธุรกิจของตัวเองก็และการศึกษาตลาด กลุ่มลูกค้าและ สินค้าก็เป็นการมองจากข้างนอกเข้ามาหาข้างในแล้วจึงหาตำแหน่งที่ว่าง หาสิ่งที่ยังว่างอยู่ เพื่อสร้างแบรนด์ที่แตกต่างจากที่มี

ทั้งสองอย่างเป็นวิธีที่ทำได้ทำได้คู่กัน หรือใครจะทำแบบไหนก็ไม่ผิด เพราะเอาเข้าจริงๆ ถ้าทำ brand DNA ให้ดี และเข้าใจตัวเอง ส่วนใหญ่ ก็มักจะเจอตัวตนที่ตัวเองซ่อนอยู่เป็นความปรารถนาลึกๆของเจ้าของแบรนด์ที่อยากจะทำอย่างไร กับสินค้าของตัวเอง ตัวเองมีแรงผลักดันอะไร

การคิดแบบนี้เรียกว่า ต้องไม่มีกรอบ ไม่มีสิ่งขวางกั้น ไปให้สุดๆจริงๆ

และผมก็เคยเห็นมาแล้วเมื่อหลายปี ทำเอาผมบ้า และแทบจะอยากจะลงไปดิ้นตายให้กับความสุดๆ ของพวกเขา

พวกเขาคือ  คณะละครจาก แคนนาดาที่ชื่อ cirque du soile ซึ่งผมได้มีโอกาสไปสัมผัสการแสดงพวกเขามาเหตุที่คณะละครนี้ได้รับการพูดถึงมากเพราะเขาทำในสิ่งที่เป็นความเป็นเลิศมาขยายจนสุดขอบ

สุดขอบยังไง ผมขอเล่าสิ่งที่ผมไปได้พบมาเมื่อปี 2003 แบบนี้

พวกเขานำเอาความถนัดของตัวเองเพิ่มศักยภาพแบบที่ไร้ขีดจำกัดด้วยการเอา

ทักษะความเป็นเลิศหลายแขนงมาผสมกัน ทั้ง นักออกแบบกายกรรม นักกีฬาระดับโอลิมปิคเข้ามาเป็นตัวแสดง  นักดนตรี  นักแสดง และนักออกแบบเสื้อผ้า รวมถึงนักลงทุน ทำให้การโชว์กายกรรมของพวกเขานั้น มันสุดๆและอัศจรรย์มาก

โชว์ที่ผมไปดู ชื่อว่า KA เป็นโชว์ที่เปลี่ยนมุมมองของการดู แทนที่เราจะได้ดู การแสดงในแนวตั้งแบบที่เคยชินตา แต่ เขากลับเอาเวทีตั้งขึ้น และใช้ สลิงเป็นเครื่องมืองยึดนักแสดงให้เราสามารถเห็นในมุมแบบ Bird eye view

ยิ่งไปกว่านั้น กายกรรมเรื่องนี้ มีพลอตเรื่องให้เราตามได้

นอกจากพลอตเรื่องแล้ว ยังมี ดนตรีประกอบ และ องค์ประกอบด้านฉากที่เว่อรวังอลังการ

มากกว่านั้นเวทีที่ว่านี้ยังสามารถพลิกได้หมุนได้ตามลักษณะของการเล่าเรื่อง

คือเรียกว่า สุดๆมากๆ สำหรับการที่เราจะดู กายกรรมที่มากกว่ากายกรรม และมันก็ยิ่งกว่าโชว์

ผมอ่านรายละเอียดของการทำงานโครงการนี้ Cirque du soile ทำโรงขึ้นมาใหม่ สำหรับการแสดงโดยใช้เงินกว่า 170 ล้านเหรียญ มีการฝึกนักแสดงในฉากผาดโผนกว่า 3 เดือน ไม่รวมเรื่องการสร้างความน่าสนใจของงานอีกเยอะแยะมากมาย

ที่ยิ่งกว่านั้น เขาไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว คณะนี้ ทำการแสดงมากกว่า 10 การแสดงเล่นในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงจัดการแสดงตามพิธีเปิดกีฬาใหญ่ๆของโลกมาแล้วหลายครั้ง

Cirque du soile เป็นต้นแบบให้กับหลายการแสดงแบบ เหนือจริงในปัจจุบัน รวมถึงการใช้เทคนิคสลิงในแบบไม่มีใครทำแบบเขา

และจุดเหล่านี้ ทำให้คณะละครนี้ สร้างจุดแตกต่าง และเขายังได้ผลิตการแสดงอีกหลายๆเรื่อง ต่อเนื่องยาวนาน

น่าสนใจอย่างยิ่ง ว่าเขาบริหารจัดการ เหล่านักแสดงผู้ที่เป็นเลิศเหล่านี้ได้อย่างไร

เขาบริหารเหล่าศิลปิน และผู้ที่มีความสุดยอดในแต่ละด้านได้อย่างไร

การ ขยาย brandDNA จนสุด เล่นใหญ่ เล่นหนักเล่นจริง ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ จึงออกมาสมควรแล้วด้วยประการทั้งปวงที่ Cirque Du soile จะถูกหยิบยกอยู่ในตำราการตลาดหลายๆเล่ม โดยเฉพาะการพูดถึงมุมของ การหาน่านน้ำใหม่ หรือ blue Ocean

จริงๆ ที่ผมไปดูมานี่ก็หลายปีมาแล้วนะครับ และก็เชื่อว่ามีคนไทยอีกหลายคนที่ก็คงเคยไปดูและก็กลับมาเป็นบ้าเหมือนผม  อยากเห็นคนไทยทำอะไรบ้าๆ สุดๆ ใน DNA ของเราแบบนี้บ้าง (สงสัยจีนอาจจะก๊อปไปแล้วนะ)

เชื่อว่าต้องมี  สักวันนึง

This slideshow requires JavaScript.