Tags

,

เมื่อการตลาดครอบงำผู้คน

จากเมื่อก่อน ไม่ต้องซื้ออะไรมากมาย

เดี๋ยวนี้ เราต้องเปลี่ยนแปลงของใช้ทุกอย่าง เร็วขึ้น

โทรศัพท์ ต้อง 2 ปีเปลี่ยน

เสื้อผ้า 1 ปี ตกยุค

รถ  4 ปี ก้พอเหอะ รุ่นใหม่ละ

แม้กระทั่งแฟนเอ้ย แบรนด์…..(ล้อเล่นครับ แต่ก็มีจริง เท่าที่เห็นก็หลายคน)

เดี๋ยวนี้คุณจะเห็นการ รีแบรนด์ บ่อยขึ้น และมากขึ้น

เพราะคนสปีดเร็วขึ้น ความต้องการมากขึ้น สูงขึ้น

สังเกตุง่ายๆ ถ้าคุณไปห้าง จะเกิด พฤติกรรมเริ่มต้นไม่อยากได้

แต่สุดท้าย ในมือมีถุงหิ้วติดมือ

เพราะอะไร?

เพราะฉันต้องอยากได้ อะไรสักอย่าง

ฉันซื้อแล้วได้คลายเครียด

ฉันคิดว่าถ้าฉันได้ของนี่แล้วมันจะทำให้ฉันมีความสุขขึ้น ดีขึ้น

มากมายหลายเหตุผล ของ ลัทธิช่างซื้อ ที่คนสมัยนี้

ถูกบอมบาดด้วยอิทธิพลการตลาด จนคนสมัยนี้แยกไม่ออกแล้ว

อันไหนของดี อันนี้ของแย่

เรื่องนี้บอกอะไรเราหรอครับ สำหรับการทำแบรนด์

บอกเลยว่า ไม่มีคำว่าน้อยลง ในการสร้างแบรนด์เพื่อการตลาด

ไม่มีคำว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ในโลกนี้ เพราะการโดนแข่งมันเยอะ

วันพรุ่งนี้ คุณอาจจะเห้นแบรนด์เกิดใหม่ ดังระดับโลกข้ามคืน

และสินค้าที่เราคุ้นเคยมานาน หายตัวไปเฉยๆ แค่กระพริบตา

คุณอาจจะลืมคนเคยดัง ไปง่ายๆในไม่กี่วัน

เพียงแค่เขาอาจจะปรับตัวไม่ทัน แค่ทำตัวแบบเดิมๆ แค่นั้น

ผมไม่ได้พูด เพราะผมอินเรื่องแบรนด์

แต่การทำแบรนด์คุณให้แข็งแรงเสียแต่วันนี้ มันคือภูมิคุ้มกัน

ทำให้คุณกลายเป็น แบรนด์ที่ถูก ลัทธิของผู้ช่างซื้อ ต่างเดินเข้าหา

ยิ่งคุณเจอ คุณลักษณะที่เจ๋งๆของขึ้น มากเท่าไหร่

ก็ยิ่งเหมือนกับเจอ หนทางสว่างของแบรนด์คุณ เร็วขึ้น

สิ่งคุณได้รู้ ได้ทำ จะยิ่งเพิ่มพูนให้คุณเดินทางแกร่งขึ้น มากขึ้น

เพราะแบรนด์เป็นเรื่องที่สั่งสม ยิ่งทำ ยิ่งได้ คุณยิ่งมีคุณค่า

มีราคา และเป็นเรื่องราวและสินทรัพย์ที่ส่งต่อกันได้

แม้กระทั่ง แบรนด์นั้น จะหมายถึง ตัวคุณก็ตาม