Tags

, , , , , , , , ,

อาทิตย์นี้ น่าจะรู้เรื่องการประมูลพรีเมียร์ลีก ในฐานะผู้บริโภคฟุตบอลแทนข้าวอย่างผม เลยค่อนข้างสนใจมากหน่อย เพราะจะได้รู้ว่าจะต้องย้ายกล่องหรือไม่ อย่างไร
จากข้อมูลที่ได้รับรู้ การประมูลคราวที่แล้ว มีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านหรือาจจะมากกว่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องบอกว่าโคตรสูงมาก สูงจนผมว่า เจ้าของลิขสิทธิ์ยังตกใจว่า นี่เมืองไทยมันบ้าไปแล้วหรอ จะจ่ายเงินบ้าเลือดอย่างนี้เลย

ก็แน่นอน เมื่อจะจ่ายกันขนาดนี้ ก็ไม่รอช้า ย้ายมาค่ายใหม่เสียเลย กำไร 5-6 เท่าเห็นๆ ว่าแล้วก็ ทำการผูกโบว์ ส่งไปให้

เมื่อได้ลิขสิทธฺ์มาสมใจแล้ว คำถามต่อไปแล้วจะค้าขายกันแบบไหน ที่จะให้ไปรอด
3 ปีที่แล้ว CTH แก้สมการนี้ ด้วยตัวเลข 20,000 บาท ต่อ แพคเกจ 3 ปี พูดง่ายๆคือ ถ้า ได้ลูกค้าสมาชิก 3 ปี 150,000 คน ก็อาจจะพอได้ break even เป็นอย่างน้อย หรือมากกว่า(ไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นๆของทางช่อง เรื่องของการจ้างทีมงานและการเตรียมหลังบ้านเพื่อการ Service)

เป็นการตลาดที่เขย่งก้าวกระโดดมากๆ เหมือนข้ามรุ่นต่อยยังไงก็ไม่รู้

ผมคิดว่าถ้าเป็นข้อสอบ CTH อาจจะทำได้ไม่ดีนักจาก 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้สอบถามคนใช้ด้วยกัน และถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เดิมต้องไปเปรียบเทียบกับเจ้าก่อน อันนี้อาจจะมีประเด็นว่าความนิยมนั้นลดลงหรือไม่ ซึ่งน่าคิด
ในมุมเจ้าของลิขสิทธฺ์ สิ่งที่น่าจะอยากได้ มี 2 เรื่อง
1. รายได้ 2. ฐานลูกค้า ที่ควรจะไม่น้อยกว่าเดิม

ในนมุมช่อง สิ่งที่อยากจะได้ และควรจะต้องทำคือ
1. สร้างรายได้ 2. คอนเท้นท์ที่ดี 3. สร้างลูกค้า 4. สร้างแบรนด์

ในฐานะที่เป็นลูกค้า(ไม่รู้ว่า CTh จะไว้กลุ่มไหนเพราะซื้อเป็นแพคเกจ 3 ปี จ่ายรวดเดียว) บอกได้เลยว่า CTH ไม่ได้ทำข้อสอบข้อ 4 เลยถ้าเป็นกระดาษสอบก็ส่งกระดาษเปล่า

เรื่องนี้ ผมเห็นต่างและก็คิดว่าข้อสอบข้อนี้สำคัญ

CTH มีโอกาสที่ดีมาก หลังจากไฟสปอตส่องจับทุกสื่อเมื่อได้ชิ้นปลามันไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ความพอใจในการให้บริการด้านคอนเท้นท์และความสัมพันธ์นั้น แทบไม่มี
ซึ่งผมเองยังแปลกใจแทนว่า แล้วนี่ถ้าไม่ได้ขึ้นมา จะทำอย่างไร

ประสบการณ์ที่ผมได้จากแบรนด์ CTH เป็นแบบนี้

1. คุณภาพ ฟุตบอล คอนเท้นท์ ดี คมชัด ใช้ได้เลย ทีมงานจัดได้ดี ส่วนตัวผมชอบ คอมเม้นต์ของทางช่องคือ คุณรังสิวุฒิมากๆ และ ผู้บรรยายเกมก็ถือว่าสอบผ่าน
2. คอนเท้นท์อื่นๆ ของที่ทางช่องมี ผมดูน้อยมาก เพราะไม่ตรงกับความชอบส่วนตัว อาจจะดูข่าวจากช่องไทยบ้าง แต่ช่อง ต่างประเทศที่เคยเปิดไว้เป็นวันๆจากเจ้าเดิม ไม่มี
3.การบริการและ กิจกรรมทางการตลาดอื่นๆที่สร้าง ความติด ให้กับช่อง อันนี้ ถือว่าให้คะแนนสอบตก
แรกๆผมมีปัญหากับการใช้บริการมาก และโทรไปขอความช่วยเหลือจากน้องๆที่อยู่ใน cth หลายครั้ง เข้าใจได้ว่าช่องเองก็เพิ่งเริ่ม แต่ว่า หลังจาก 1 ปีผ่าน 2 ปีผ่าน
จน มา 3 ปี ยอมรับว่า มีโทรศัพท์และเมล์มาถึงผม 2 ฉบับ เท่านั้น ซึ่งสิ่งที่แจ้งมาก็คือ

“ทางเราจะงดให้บริการกับลูกค้าที่ขาดค้างชำระ……”
ผมใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะโทรแจ้งกลับไปว่าผมนั้นชำระครบตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว 3 ปี
และกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ก็ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ ถึงจะเริ่มดูได้อีกครั้ง
โชคดีที่ใช้ดูบอลอย่างเดียวจึงไม่ได้ติดใจอะไรมาก และก็ เข้าใจว่า ทาง CTH ก็อาจจะคิดว่า คุณก็ติดโคตรถูกเลยจ่าย3 ปี 21,000 ต่อเดือน 599 เอง แค่นี้ก็ดีแล้วด้วยรึเปล่า
เพราะถ้าเป็นแบบนั้น บอกเลย ว่า เปลี่ยนมุมคิดเถอะครับ
ลูกค้าหลายคน โดยเฉพาะคนที่ชอบดูคอนเท้นท์ เมื่องมีกล่องอยู่บ้าน คุณสามารถทำให้เขาดู หรือให้เสียเงินเพิ่มได้อีก ถ้าคุณจะทำ อยู่ที่ว่าจะทำให้ ลูกค้ากลุ่มนี้ เกิดความรู้สึกต่อ บริการและแบรนด์แบบไหน

ต่อให้คุณไม่ได้ คอนเท้นฟุตบอลอังกฤษ CTh ก็ควรปรับปรุงเรื่องของการทำแบรนด์ให้เป็นที่รักให้ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่า มีหลายคน ก็ไม่อยากเปลี่ยน ถ้าเขาติดกับแรนด์นั้นแล้ว ต่อให้ไม่มีบอลดู
อันนี้ผมสังเกตุจากเจ้าเก่า เพราะหลายคนที่จากติดเพราะดูบอล กลายเป็นดูอย่างอื่นและก็ไปดูคอนเสิร์ต ดูกิจกรรมอื่นๆ โดยไม่ยอมเลิกสมาชิก
ถ้าผมเป็น CTH คงเสียดายแย่ ที่อุส่าห์ลงทุนไปกว่าหมื่นล้านเพื่อสร้างให้ช่องเกิด แต่กลับลืมเรื่องของการสร้างแบรนด์ไปได้ เสียดายแทน

ว่าจะเขียนเรื่อง ลิขสิทธ์ฟุตบอล ไหงมาลงเรื่องแบรนด์ได้หว่าurl1368702397-CTHbannerc-o