Tags

, ,

ขึ้นชื่อว่าเพชร คนที่ชอบเพชรน่าจะต้องรู้จัก brand ที่ชื่อ Debeers

เพชรนั้นมีราคา นับเป็นสินทรัพย์ประเภทที่เรียกว่า สังหาริมทรัพย์(เคลื่อนที่ได้) ที่ถือว่า มั่นคงชนิดหนึ่ง ราคาไม่ตก เหมาะกับการเก็บรักษาหรือใช้เป็นการแลกเปลี่ยนแทนเงินได้

ดังนั้น คำว่า Diamonds are forever จึงใช้เป็นสโลแกนแห่งสัญญลักษณ์

 Debeers เป็น บริษัทขาใหญ่ในการขุดหาเพชร และขายเพชรมานาน ในยุคก่อนหน้านี้แทบจะเรียกว่าผูกขาดตลาดเพชร

การผูกขาด (Cartell) จึงทำให้สามารถกำหนดทุกอย่างได้ โดยเฉพาะการกำหนดทิศทาง ราคา แม้แต่ ความอยากของคน

หลายๆคำพูดจากผู้บริหารของ Debeers ทำให้เรามองเรื่องระบบผูกขาดได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น

“สามัญสำนึกเป็นเครื่องบอกว่าวิธีเดียวที่จะเพิ่มค่าของเพชรคือการทำให้เป็นของหายาก ซึ่งก็ทำได้โดยการลดปริมาณการผลิต”

แต่ในยุคหลัง การยกเลิดระบบผูกขาดของ Debeers ทำให้วงการเพชรนั้นพัฒนาและเติบโตไปอีก

การทำ Branding ของ Debeers ยิ่งนับว่าน่าสนใจและน่าศึกษา

Debeers ทุ่มเงินกว่า $200 ล้าน สร้างการรับรู้ของเพชร คือตัวแทนเกี่ยวกับความหมายของ ชีวิตคู่

 เราจะจำภาพของ รักโรแมนติก การแต่งงานคือ สัญญลักษณ์การให้แหวนเพชร อย่างสนิทแนบแน่น

 การให้แหวนเพชร จึงเปรียบเสมือนตัวแทนความรัก จากผู้ชาย ที่มีต่อผู้หญิง

(ซึ่งหมายถึงเงินของฝ่ายชายที่หายไปมากด้วย) โดยใช้นิ้วนางข้างซ้ายเป็นสัญญลักษณ์ของการสวมใส่แหวน เป็นเครื่องหมายแสดงสถานภาพของการมีชีวิตคู่ ก็คือ สมรสแล้ว 

 แต่เมื่อ โลกปัจจุบัน อัตราการหย่าร้างสูงขึ้น ผู้คนเริ่มมีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น ทำให้ Debeers เองก็ต้องทำ แบรนดิ้ง และการโฆษณาให้สอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้นด้วย 

สิ่งเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเป็น เทรนด์แบบใหม่ ก็คือ การให้ของขวัญตัวเองโดยมิต้องรอจากผู้อื่น หรือเรียกว่า “To me,from me,” และสัญญลักษณ์ก็จะใช้วิธีการสวมแหวนที่นิ้วนางข้างขวาเพื่อเป็นการบ่งบอก  ทำให้ Debeers ค้นพบโอกาสในการสร้างแบรนด์ ด้วยการสร้างเรื่องราวใหม่ โดยเอาเน้นเรื่องของพลังความเป็นผู้หญิงที่มีอิสระ คุณค่าของตัวตน โดยผ่านนิ้วนางข้างขวา และยึดหัวหาดในการสร้างให้เกิดทั้ง วัฒนธรรม และแฟชั่นใหม่

ของการสวมใส่

นี่คือการขยับแบบที่เรียกว่า innovative strategy และสร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดกับ brand เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

imgres