เคล็ดลับ 2 Sided-Platform ที่ทำให้แบรนด์ดัง

Featured

Tags

, , , ,

brandchatz 2side.001.jpeg

#มีคนถามว่าแบรนด์ธุรกิจแบบไหนเป็นช่วงขาขึ้นที่สุด
ส่วนตัวผมอยากจะบอกว่า ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์แบบสองด้านนี่แหล่ะ(Two-sided online Platform) มาแรงและปั๊มเงินได้เยอะสุดแล้ว(Growth hacking)
แบรนด์ดังๆ ก็ AirBnB, Etsy,Uber,Grab และอีกหลายๆแบรนด์ในปัจจุบันก็หันมาทำรูปแบบนี้มากมาย อย่างเมืองไทยก็ Fastwork.co,wongnai พวกนี้เป็นต้น
 
ข้อสังเกตุของธุรกิจแพลตฟอร์มแบบนี้ที่น่าสนใจคือ
1.รวบรวมทั้งสองด้านก็คือ ฝั่งคนให้บริการ และฝั่งคนหาบริการเข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน
2.มีการจัดการเรื่องของ Search keyword ที่ครบถ้วนตามความต้องการในการซื้อและการขาย ใครใครซื้อก็ซื้อ ใครใคร่ขายก็ขายเลือกได้
3.มีรูปแบบที่ทันสมัยและlifestyle การใช้งานนั้นตรงกับคนในปัจจุบันที่ต้องการที่รวมเพื่อให้เราได้หาทุกสิ่งอย่างในที่ที่เดียว
 
แต่กลยุทธ์ที่สำคัญของทุกแบรนด์ก็คือ คุณจะหาจุด ขยาย หรือ Growth hacking ให้เจอในวิธีการใดแและแบบไหน จนกลายเป้นธุรกิจระดับหลักรอ้ยล้าน 1,000 ล้าน
 
สิ่งที่เป็น Key Success Factor ของธุรกิจคือเรื่องนี้
แต่สิ่งที่เป้น Key success Factor ของการสร้างแบรนด์มักจะอยู่ตรงที่
 
1. คุณค่าร่วม Share value ที่ทุกคนได้ประโยชน์จากคุณ ไม่ว่า ถูกลง แก้ปัญหาได้ ใช้ง่าย เร็ว หรือ บลาบลาบลา
 
ข้อ 2. ข้อนี้สำคัญ ก็คือ ความเท่ ความแปลกใหม่ และความมีกึ๋นของ แบรนด์ที่แสดงออกมาในพฤติกรรมและบุคลิก
======
ผมอยากจะเอาข้อมูลการ Growth hacking ของ Airbnb ที่ได้จากการใช้ Database ของ Craiglist
มาให้อ่านเป็นไอเดียครับ (Craigslist เป็นเครือข่ายชุมชนออนไลน์ โดยให้บริการในการประกาศขายของออนไลน์ หางาน สมัครงาน หาคู่ และเป็น เวปบอร์ด พูดคุยในหลายๆด้าน
===================

Airbnb รู้ผ่านการวิจัยตลาดและประสบการณ์ของตนเองว่า Craigslist เป็นสถานที่

ที่ซึ่งผู้ที่ต้องการสิ่งอื่นนอกเหนือจากประสบการณ์ในโรงแรมระดับมาตรฐานมองหารายชื่อ

คำอื่น ๆ ตลาดเป้าหมายของ Airbnb

เพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ Airbnb ได้นำเสนอผู้ใช้ที่ระบุคุณสมบัติบน Airbnb

โอกาสที่จะโพสต์ไปยัง Craigslist ได้เป็นอย่างดีแม้จะมีข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีทางทำนองคลองธรรมก็ตาม

Craigslist ให้ทำเช่นนั้น แม้ว่าจะค่อนข้างง่ายในการมองย้อนหลังการดำเนินการไม่ได้ง่าย

ในสาระสำคัญ Craigslist บันทึกข้อมูลรายชื่อโดยใช้ URL ที่ไม่ซ้ำมากกว่าคุกกี้ เพราะว่า

 Airbnb สามารถสร้าง botb เพื่อเข้าชม Craigslist ขัดขวาง URL ที่ไม่ซ้ำกันป้อนข้อมูลรายชื่อและ

ส่งต่อ URL ไปยังผู้ใช้เพื่อเผยแพร่ ด้านอื่น ๆ ของการรวมกลุ่มนี้ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายอีกด้วย

บอทยังต้องกรอกหมายเลขของรูปแบบที่ง่ายที่สุดคือประเภท Craigslist ภูมิภาคที่เฉพาะเจาะจงได้รับการพิสูจน์

เนื่องจาก Craigslist มี Craigslist หลายรุ่นหลายร้อยรุ่นซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า

อื่น ๆ เช่นภูมิภาคย่อยๆภายในภูมิภาคสำหรับ Bay Area และอีกหนึ่ง Craigslist สำหรับทั้งโดเมน

รัฐเมน ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นเชคทุก Craigslist และขูดชื่อและรหัสสำหรับทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับอีเมลที่ไม่ระบุตัวตนที่ได้รับมอบหมายจาก Craigslist ฟังก์ชั่นนี้มี

ที่จะปิดและแทนที่ด้วยการเชื่อมโยงไปยังรายชื่อ Airbnb และเพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวโดดเด่น

ระหว่างค่าโดยสาร Craigslist มาตรฐานการสนับสนุน HTML ของแพลตฟอร์มที่ จำกัด ต้องได้รับการพิจารณา

ประโยชน์ของการรวม Airbnb-Craigslist เป็นจำนวนมาก ไม่เพียง แต่เป็นปริมาณที่แท้จริงเท่านั้น

ของศักยภาพที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Craigslist แต่ที่จริง Airbnblistings อื่น ๆ

คุณสมบัติที่พร้อมใช้งานมากขึ้นส่วนบุคคลมีคำอธิบายที่ดีขึ้นและภาพถ่ายที่สวยงามยิ่งขึ้นทำให้พวกเขาได้มากขึ้น

ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ Craigslist ที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน

เมื่อผู้ใช้ Craigslist ทำการสลับผู้ใช้เหล่านี้มักจะไม่สนใจ Craigslist และหนังสือ

ผ่าน Airbnb ในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่มีคุณสมบัติอยู่ใน Airbnb ด้วย

ทำรายได้มากขึ้นในรายการของพวกเขาซึ่งทำให้พวกเขาใช้บริการอีกครั้งและอีกครั้ง

=======================

เป็นส่วนหนึ่งที่ผมทำการแปลและคัดลอกมาจาก Case ของ Harvard business School

Credit:ขอบคุณน้อง จูน แห่ง Metta group ครับสำหรับ Case  😀

เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางค์ต้องสร้างความยั่งยืน

แบรนด์เครื่องสำอางค์สัญชาติไทยนั้นมีมากมายหลายร้อยแบรนด์

แต่หลายๆแบรนด์น่าเสียดายที่ไม่สามารถสร้างความโดดเด่นได้มากพอ

ทั้งที่มีคุณสมบัติที่ดีที่จะกลายเป็นแบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตได้ไม่ยากเลย

ทั้งนี้ส่วนประกอบอย่างนึงที่ขาดหายไปในเรื่องของการทำแบรนด์ก็คือ ความเข้าใจในเรื่องของการทำการสื่อสารแบรนด์

เราจะเห็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ในเมืองไทย มักจะใช้สีเหมือนๆกัน  เช่น สีขาว มีสีเงินๆปน เพื่อให้ดูทันสมัย และการทำการสื่อสารแนวเดียวๆกัน ยิ่งโดยเฉพาะครีมหน้าขาว ครีมฟูทั้งหลาย ก็เน้นคุณลักษณะคล้ายๆกัน หรือแม้กระทั่งใช้พรีเซนเต้อร์คนเดียวกัน

ซึ่งทำให้เมื่อสินค้าออกมาเหมือนคนอื่น ในมุมของผู้บริโภคก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าแบรนด์ไหนดี แบรนด์ไหนไม่ดี

สุดท้ายกรรมก็มาตกกับเจ้าของแบรนด์คือสินค้าขายได้ในช่วงนึงที่กระแสมาแต่พอกระแสหมดความนิยมไม่มีแบรนด์ก็หาย

ไม่สามารถยืนระยะให้เป็นแบรนด์ที่อยู่ได้ยั่งยืน

มีกฏของการทำการสื่อสารที่เหมือนเป็นขั้นตอนที่พอจะสามารถอธิบายเป็นหลักให้นึกออกนั่นก็คือ กฏของ AIDA ที่จะช่วยให้แบรนด์นั้นเกิดการยืนระยะได้นานขึ้น

AIDA เป็นคำย่อที่ย่อมาจาก Attention, Interest, Desire และ Action รูปแบบ AIDA ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการตลาดและการโฆษณาเพื่ออธิบายถึงขั้นตอนหรือขั้นตอนต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ผ่านเมื่อผู้บริโภคทดลองผลิตภัณฑ์หรือตัดสินใจซื้อ เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงแบรนด์ผ่านการโฆษณาหรือการสื่อสารการตลาดรูปแบบ AIDA ช่วยอธิบายวิธีการโฆษณาหรือข้อความทางการตลาดที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในการเลือกแบรนด์ ในสาระสำคัญรูปแบบ AIDA เสนอว่าข้อความโฆษณาจำเป็นต้องทำหลายอย่างเพื่อให้ผู้บริโภคก้าวผ่านขั้นตอนตามลำดับจากการรับรู้ถึงการกระทำของแบรนด์ (การซื้อและการบริโภค)

รูปแบบ AIDA เป็นรูปแบบการให้บริการที่ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในโฆษณาซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในปลายศตวรรษที่สิบเก้า นับตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในวรรณคดีด้านการตลาดและโฆษณารูปแบบดังกล่าวได้รับการแก้ไขและขยายเพื่อรองรับการโฆษณาสื่อและแพลตฟอร์มการสื่อสารใหม่ ๆ ในปัจจุบันมีการใช้โมเดลทางเลือกที่หลากหลาย ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมารุ่นดังกล่าวได้ผ่านการปรับแต่งและการขยายมากมายแล้วซึ่งปัจจุบันมีหลายรูปแบบในการไหลเวียน ดังนั้นรูปแบบ AIDA แบบง่ายจึงกลายเป็นหนึ่งในโมเดลของโมเดลที่เรียกว่าแบบลำดับชั้นหรือลำดับชั้นของโมเดลเอฟเฟ็กต์

การทำให้เกิด Attention ขอยกมา 1  เรื่องที่สำคัญนั่นก็คือ การใช้สี ซึ่งจริงๆเป็นเรื่องสำคัญมากCosmetic branding-01

สีเหล่านี้หมายถึงอะไร?

สีที่ใช้ในการทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามธรรมชาติเลชมีลักษณะที่สีเหล่านี้หมายถึงอะไรในแง่ทั่วไป ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำสำหรับข้อความที่สื่อถึงด้วยสีบางสี

เป็นที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติมีสีขาวมากกว่าสีอื่น ทั้งหมด มันสวยมากครอบงำมากที่สุดของฉลากภาชนะบรรจุและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

สีขาวหมายถึงความเรียบง่ายความสะอาดและความบริสุทธิ์ เรามองว่าสีขาวเป็นสีสันสดใสดังนั้นทันทีจึงดึงดูดสายตาของคุณเมื่อใช้ในการสร้างแบรนด์ มักใช้ในผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับทารก

ไม่แปลกใจจริงเหรอ? ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติและออร์แกนิกต้องการให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์แบบองค์รวมที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์บนผิวของคุณ

สีขาวตามด้วยสีเขียวซึ่งหมายถึงสุขภาพความสดชื่นและความเงียบสงบ ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อความทางการตลาดโดยรวมสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติผลิตภัณฑ์ของคุณมีสารสกัดจากพฤกษชาติมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นกว่าเพื่อให้สดชื่นและสร้างความรู้สึกของสุขภาพและความสงบ

ถัดไปเป็นสีน้ำเงินรับรู้ถึงความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ โลกของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเต็มไปด้วยผู้ที่มีข้อเรียกร้องอันน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนไม่น้อยกว่าความจริงที่ว่าพวกเขามีความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงเมื่อมีสารเคมีสังเคราะห์จำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคของคุณมีข้อความที่ลึกซึ้งที่พวกเขาสามารถไว้วางใจคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สีฟ้ายังเกี่ยวข้องกับท้องฟ้าและทะเลและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

สีขาวเขียวและน้ำเงินทำให้แบรนด์ของคุณดูสดใหม่และน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามธรรมชาติ

และการใช้สีผสมที่สอง คุณสามารถใช้ สีชมพู, สีดำ, สีน้ำตาลและสีส้มเข้าไปทำให้แตกต่าง

แต่การใช้สีเหล่านี้มีข้อมูลให้คุณนำไปตัดสินใจเพิ่มเตมเพราะนี้คือ การรับรู้ในเรื่องสีของผู้คนในเชิงจิตวิทยา

สีชมพูนำเสนอข้อความที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสีที่ใช้ สีชมพูน่ารักหมายถึงความอ่อนเยาว์และความตื่นเต้น! สีชมพูสนั่นบ่งบอกถึงความเห็นใจ สีชมพูอ่อนดูโรแมนติกมากขึ้น

สีดำหมายถึงความหรูหราความซับซ้อนความเป็นมืออาชีพและความจริงจัง การใช้สีดำในการสร้างแบรนด์ช่วยให้ธุรกิจของคุณดูดีขึ้น

สีน้ำตาลเป็นสีที่เป็นพื้นผิวที่ถ่ายทอดความทนทานความมั่นคงและความเรียบง่าย อย่างไรก็ตามผู้บริโภคบางรายสามารถมองเห็นสีน้ำตาลว่าสกปรกซึ่งอาจจะเป็นภาพลวงตา

สีส้มกระตุ้นความสนุกความกระปรี้กระเปร่าและความกระปรี้กระเปร่า นี่เป็นสีสันที่สนุกสนานในการสร้างแบรนด์ของคุณและมักถูกมองว่าเป็นเด็กที่เป็นกลุ่มและอาจเป็นเด็กได้

สีเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกมาเพื่อบอกให้โลกเห็นว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเหล่านี้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เป็นการสื่อความหมายให้กับแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะหากคุณต้องการให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณประสบความสำเร็จโดยทั่วไปคุณต้องการกำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม

อันนี้เป็นไอเดียคร่าวๆของเรื่องสี

แต่อีกเรื่องนึงที่สำคัญก็คือการหาบุคลิกแบรนด์

สามารถเริ่มต้นหาบุคลิกแบรนด์ได้จากใน Test นี้นะครับ

http://www.brandingdiythailand.com

============================================================================

ข้อมูลจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/AIDA_(marketing)

http://www.herbhedgerow.co.uk/the-meaning-of-colours-in-natural-skincare-branding

การแต่งตัวเป็นส่วนหนึ่งของBrandImage 

Tags

, , ,

Personal brand Making.001
#การสร้างPersonalbrand

แต่งตัวแบบไหน บ่งบอกบุคลิก และที่สำคัญ
บ่งบอกถึงรสนิยมและนิสัย ไม่เกี่ยวกะแพงหรือถูก แต่ต้องแต่งตัวเป็น
การเลือกให้เหมาะกับกาละเทศะ และตัวตนของคุณ เป็นการแสดงถึงความเข้าใจและการใช้ตัวตนสื่อสารที่ถูกต้องด้วย

ความนิมจากแนว Startup look ทำให้แนวคิดการแต่งตัวแบบสบายๆเริ่มกลายเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมของการแต่งตัวเพื่อบอก status ธุรกิจ
มาดูการแต่งตัวแบบไหนบ้างที่คุณควรเลือก

Personal brand Making.002

1 Too Casual แบบนี้ ไม่เหมาะกับการออกมาสู่ผู้คนหรือในการทำธุรกิจเพราะคุณจะไม่ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่นักโดยส่วนใหญ่ และอาจจะส่งผลเสียด้วยซ้ำถ้าคุณทำธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าคุณชอบและอยากจะแต่ง ใครจะห้ามคุณ!!!!

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง ชายและหญิง
ใส่หมวก(กลับหลังยิ่งดี)
เสื้อยืดโชว์จั๊กกะแร้หรือเสื้อกล้าม ถ้าขาดมีรูจะใช่เลย
กางเกงขาสั้น ลากแตะ ยิ่งแตะขอบฟ้าละก็ ใช่เลย x2
ไม่ใส่ถุงเท้าสั้น ห้อยสร้อยพระ หรือสร้อยแสตนเลสใหญ่
ถ้าผู้หญิงก็อาจจะเป็นกางเกงยีนส์สั้นขาด ไม่ใส่ถุงน่อง

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหนกัน?

ร้านกาแฟ
Co working space
ห้างสรรพสินค้า
ตลาดสด
ร้านสะดวกซื้อ
ร้านอาหาร

Personal brand Making.003

2.Trendy Casual ในยุคนี้ การแต่งแบบ Trendy casual กลายเป็นพิมพ์นิยมของ เด็กรุ่นใหม่และไม่ใหม่ที่ทำ startup
เพราะการแต่งตัวแบบนี้ มันบอกสัญญลักษณ์บางอย่าง
สัญญลักษณ์ของการ Anti traditional ของพวกใส่สูท ผูกไท ที่เราชินตา
และก็มีคนที่แต่งตัวแบบนี้สำเร็จในธุรกิจซะด้วยสิ

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง
ชายและหญิง เสื้อยืดหรือ เสื้อมีฮูดแบบ Pullover
พวก Sweater ทั้งหลาย
กางเกงยีนส์ หรือผ้าหนา รองเท้ากีฬา
โดยเฉพาะพวกขอบขาวทั้งหลาย
นาฬิกา ถ้าจะให้ดีต้องเป็น Digital watch พวกจับเวลาและ
ใช้กับการออกกำลังกายได้ จะใช่เลย

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

ร้านกาแฟ
Co working Space
ตามห้าง ตึกสำนักงานที่มี Startup เกิดใหม่

Personal brand Making.004

3. Casual เริ่มเป็นที่นิยมเช่นกันในหมู่คนทำงานในสายอาชีพต่างๆโดยเฉพาะธุรกิจด้าน การตลาด สื่อ สินค้า IT หรือเริ่มลามปาม ไปถึงการบริการอย่างสายการบินเกิดใหม่ การเงินแนวใหม่ และรวมถึงประกัน ขายตรงก็มีนะ

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิง เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือ เสื้อมีฮูดแบบ Pullover พวก Sweater ทั้งหลายกางเกงจะต้องเป็น Slim Fit ผ้าแนวยีนส์ผสม Spandex
ผู้หญิงจะนิยมใส่ Dress สั้น แบบไปทะเล ผ้าบาง อาจจะมีเสื้อคลุมรองเท้าจะออกแนวหนัง modern มีทั้งด้านและมันวาว
นาฬิกา ถ้าจะให้ดีต้องเป็น Digital watch พวกจับเวลาและใช้กับการออกกำลังกายได้ จะใช่เลย
เครื่องประดับจะเป็นแบบออกแบบทันสมัย โนทองชิ้นใหญ่อาจจะเป็นกำไลอันใหญ่สักชิ้น

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

พนักงานจบใหม่ตามออฟิศต่างๆ
Co working Space
ตึกสำนักงาน
ทีมขายประกันและทีมเซลล์

Personal brand Making.005

4. Business Casual
เป็นการแต่งตัวที่นิยมกันมานาน
ก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงจากสไตล์การแต่งตัวแบบนักธุรกิจแบบเบาๆ ไม่เต็มยศ แต่มีคราบของคนทำธุรกิจที่ต้องมีรูปแบบ
เป็นกึ่งทางการมากขึ้น

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิง เสื้อเบลเซ่อร์ แนวSport หรืออาจะเป็น Sweater
เสื้อข้างในจะเป็น polo shirt หรือเสื้อแนว Oxford แขนยาว กางเกงผ้า สีสุภาพ สีเข้ม ถ้าโทนอ่อนก็ต้องออกแนวผู้ดีอังกฤษ
รองเท้าหนังแน่นอน แบบ Calssic นิดๆ นาฬิกาต้องสายเหล็ก จะสายหนังก็ได้
แต่ต้อง Brandname เท่านั้น ถ้าผู้หญิงก็ต้องเป็นกระโปรงความยาวขนาดเข่า
รองเท้าทรงเรียบร้อย หรืออาจะแอบบู้ทสั้นได้บ้าง ใส่เครื่องประดับแบบเรียบง่าย ทอง เงินได้

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการรุ่นกลาง
ตามออฟิศที่ยังคงความ Traditional สายธนาคารที่มีอายุยาวนานบริษัท
Corporate ขนาดใหญ่ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ

Personal brand Making.006

5. Business Formal เป็นการแต่งตัวที่บ่งบอกระดับการทำงานและตำแหน่งของธุรกิจ
ซึ่งอยู่ในระดับบริหาร หรือระดับสูงของธุรกิจเป็นหลัก

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง ชายและหญิง

ผู้ชายประกอบด้วยเสื้อสามตัว สีเข้ม หรือสีอ่อนก็ได้ ต้องผูกไท
สามารถมีลวดลายได้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวมีปก สามารถเป็น Slimfit แต่ปลายปกเสื้อจะต้องเป็นแบบมีกระดุมปิด รวมถึงจะต้องมีกระดุมปิดข้อมือด้วย
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก Brandname
ผู้หญิงก็ต้องเป็นเสื้อมีกระดุมปกเช่นกันเป็นกางเกง กระโปรงความ พอดีตัวสีสุภาพ และสีเป็นทางการ แนว Navy Blue จะนิยมสุด
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก Brandname เช่นกันเครื่องประดับเรียบง่าย

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?
พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการระดับ Senior
สำนักงานของผู้บริหารระดับสูง
การประชุมบอร์ดบริหาร

Personal brand Making.007

6. Semi Formalหลายคนมักสับสนการแต่งตัวแบบ Semi Formal
และการแต่งตัวแบบ Business Formal
เพราะค่อนข้างใกล้เคียงกันเป็นการแต่งตัวที่เป็นทางการ
นิยมในสังคมในระดับสูง งานกาล่าดินเน่อร์งานที่ต้องมีความผู้ดี และให้เกียรติ ทั้งค่านิยมและประเพณีที่มีมานาน

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิงผู้ชายประกอบด้วยเสื้อสามตัว สีเข้ม Solid ไล่เฉดแบบMonocrome หรือ analogous ผูกไท สีเข้มหรือสีในแนวใกล้เคียงกัน เสื้อเชิ้ตแขนยาวมีปก คอเป็น VShape ในแบบ Spread collar หรือคอกว้างจะดูดีสุด
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการนาฬิกาต้องสายเหล็ก
ผู้หญิงก็ต้องเป็นเสื้อมีกระดุมปกเช่นกันเป็นกางเกง กระโปรงความ พอดีตัวสีสุภาพและสีเป็นทางการ แนว Navy Blue รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก
เครื่องประดับชิ้นใหญ่ อลังการ

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน

พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการระดับ Senior
งานพิธีการ
งานกาล่าดินเนอร์
สำนักงานของผู้บริหารระดับสูง
การประชุมบอร์ดบริหาร

brand และ business trend 2018

Tags

, , , , , ,

b&B trend2018 ver2.001

Trend ของธุรกิจและแบรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 นั้นมีหลายแง่หลายมุมครับ

ผมและทีมงาน BrandingDIY และทีม Extrasunday ได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

รวมถึงการทำงานร่วมกับ SME จนได้ข้อสรุปที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านในปี 2018 นี้

จุดประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นไปของโลกในปี 2018 ซึ่งเรากำลังจะต้องก้าวให้ทัน

ถึงแม้ประเทศไทยจะบอกว่าเราจะเป็น 4.0 แต่อย่างที่เรารู้ๆกันว่าหลายเรื่อง เรายัง 0.4 กันอยู่เลย

ยิ่งความน่ากลัวของ Platform ecommerce ที่กำลังจะบุกมาถึง SME หลายๆเจ้า ทำให้เกิดการแข่งขัน

อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคุณอาจจะพ่ายแพ้ก็ได้ หากเตรียมตัวไม่ทัน

นี่คือ 8 หัวข้อของ Business&Brand trend 2018

 

b&B trend2018 ver2.002

1.Vr Virtual Reality

เครื่องมือนี้กำลังจะกลายเป็นของฮิตในไม่ช้าและเมื่อเห็นข้อดี

มันคือ เครื่องมือแบรนด์ชั้นดีเลยทีเดียว

การใช้วิดีโอ 360 ฉบับที่พบมากที่สุดคือการสร้างบล็อกวิดีโอและการทัวร์ชมออนไลน์

เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อกับผู้ดูในรูปแบบบล็อกก็ได้

มันสามารถใช้ในหลายวิธีเช่นเดียวกับกล้องไปพร้อมกับคุณลักษณะการโต้ตอบเพิ่ม

นำติดตัวไปกับคุณ ทำเสมือน เดินเล่นรอบเมืองหรือการผจญภัยแบบใดก็ได้และให้ผู้ชมของคุณได้สัมผัสกับมัน

คุณสามารถทัวร์ชมสิ่งอำนวยความสะดวกของคุณและให้มุมมองด้านในแก่ธุรกิจของคุณ

และอีกไม่นาน Vr จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร

TIPS สำหรับ SME

สำหรับ SME แล้ว การทำ VR มาเล่นไม่ได้ไกลเกินจริงเลย เพราะด้วยต้นทุนราคาและวิธีการเอื้อำนวย

ให้สามารถสร้าง คอนเท้นและกิจกรรมรองรับได้อย่างดีเลยทีเดียว

b&B trend2018 ver2.003

2.Automation

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับมนุษย์ในอนาคตก็คือ การเข้ามาแทนที่ของ Robot และระบบ Automation

เราได้ยินเรื่อง Driverless มาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ บริษัทอย่าง Budvisor ได้เริ่มต้นใช้งาน

รถส่งของที่เป็นระบบขับอัตโนมัติเรียบร้อย ซึ่งในช่วงแรกก็ยังมีคนนั่งไปด้วย

แต่อีกไม่นาน การขับรถส่งของแบบนี้ก็จะไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป

เช่นเดียวกับการใช้ Robot บริการในร้านอาหารที่เพิ่มมากขึ้นอย่าง burgerking

หรือระบบโรงงานที่ผลิต iphone8 และ Iphone X ในประเทศจีนที่ใช้ Robot ทั้งหมด

TIPS สำหรับ SME

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี่หุ่นยนต์ไม่ได้มีราคาสูงอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น บริษัท CT Robotics

ผลิตหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานสำหรับคนแก่ในราคาเริ่มต้นเพียง หลักแสนต้นๆเท่านั้น

อุปกรณ์การใช้ Automation ต่างๆ ที่คุณสามารถใช้ในการเปิดปิด ไฟฟ้า โทรศัพท์

และเครื่องใช้ใน ออฟฟิศที่ทำงานของคุณได้

https://www.fsstechnologies.com/small-business/automation

หรือโปรแกรมอย่าง Autopilot ที่คุณสามารถสร้าง Customer jorney

ให้ลูกค้า ตั้งแต่ ตอบ Email,ตอบคำถามในเวป รวมถึง แนะนำสินค้าออนไลน์ของคุณ

ในแบบอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องใช้คนเลยอีกต่อไป

https://autopilothq.com/#hero

b&B trend2018 ver2.004

3.Brand Experience More than Quality product

คำว่าแบรนด์ประสบการณ์เป็นคำที่ไม่ได้ใหม่เช่นเดียวกัน แต่ในปีหน้า การใช้รูปแบบของการสร้าง

ประสบการณ์เพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความติดหนึบในแบรนด์ดูจะแนวทางขแงแบรนด์ใหญ่ที่จะเน้นหนักกันมากขึ้น

เช่น Redbull ที่ทำอยู่แล้ว Nike  สร้างการสื่อสารแบรนด์มาในแนวทางเดียวกัน

รวมไปถึง Ikea,Air BnB, และแม้กระทั่งแบรนด์ไทยทั้งหลายที่ทำแคมเปญประสบการณ์ต่างๆสุดขอบฟ้า

TIPS สำหรับ SME

จากสมัยก่อนที่ Brand มักจัดทัวร์ สร้าง Club ต่างๆขึ้นมาเพื่อรองรับในการสร้างประสบการณ์แบรนด์

ในอนาคต คุณสามารถใช้ เทคโนโลยี่ VDO และ Online Platform ต่างๆ มาสร้าง พื้นที่เสมือนจริง

และเชิญชวนให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์คุณ รวมถึงการสร้างความรู้สึกร่วมในกิจกรรมอื่นๆ

ที่ให้ประโยชน์กับผู้คน ก็จะเป็นวิธีที่ดีมาก

b&B trend2018 ver2.005

4.ร้าน Retail แบบ Cashless

การเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินมีผลอย่างยิ่ง เทคโนโลยี่ bitcoin ที่จะมาแทนเงินสด

การใช้ เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น Creditcard กำลังจะกลายเป็นสิ่งล้าสมัย

เมื่อคุณสามารถใช้ การซื้อขายโดยผ่าน แอพทางโทรศัพท์มือและการ Scan barcode

Alibaba และหลายแบรนด์เริ่มต้นร้าน Retail แบบ cashless ขึ้นแล้วในเมืองจีน

TIPS สำหรับ SME

เครื่องมือในการใช้ Cashless กำลังเข้ามาอย่างหลากหลาย ร้านที่เป็นสินค้าแนวหใม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อสร้างความน่าสนใจและเป็นโอกาสในการวาง Positioning ของ Brand

ให้เป็น Trend setter ได้

b&B trend2018 ver2.006

5.Healthy and More than look good trend

การเสพติดการดูดีของผู้คนในปัจจุบันยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนเริ่มสนใจในตัวเองมากขึ้น

Generation ใหม่ๆ เริ่มมีความคิดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพ การออกกำลัง และการเสพติดการใช้

ยาลดความอ้วน และเครื่องมือศัลยกรรมกลายเป็นค่านิยมใหม่

ธุรกิจเสริมความงามและศัลยกรรม เป็นตลาดที่มูลค่าสูงเป็นหมื่นล้านในเมืองไทยในช่วงเวลาไม่กี่ปี

รวมถึงเทคโนโลยี่ใหม่ที่ออกมารองรับตลอดเวลา รวมถึง อุปกรณ์ Selfie ทุกประเภท

ทำให้ Trend การสร้าง Personal brand จึงมากขึ้นๆเรื่อยๆ

TIPS สำหรับ SME

กิจกรรม ก้าวเป็นตัวอย่างอันนึงที่ชัดเจนสำหรับการสนใจในเรื่องสุขภาพของคนไทย ดังนั้น

กิจกรรมที่ส่งเสริมเรื่องของ สุขภาพและการทำให้ตัวเองดูดีกำลังกลายเป็น หมายเลข 1

ของ แคมเปญการตลาดในเมืองไทยในปีหน้า

b&B trend2018 ver2.007

6.การเติบโตของ Virtual Company

ด้วยเทคโนโลยี่ที่ทำให้ลดคนลงได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การtransfer call, Application Office ต่างๆ หรือ Chatbot

ทำให้มีการคาดการณ์ถึง บริษัทที่อาจจะไม่ต้องมีพื้นที่อยู่จริงหรือ บริการต่างๆที่ไม่ได้ใช้คนจริงๆ เลย

เช่น KLM มีบริการอย่าง Keytag Airline wearable ให้ลูกค้าติดตัวในเวลาไปเที่ยว

บริษัทฯ อย่าง Replika ใช้ Chatbot แทนพนักงานตอบโต้ทางโทรศัพท์และในเวป

Blue leaf Cafe ในญี่ปุ่น ใช้ Pop Star ดังอย่าง Hatsume Miken  ร่วมทานข้าวกับลูกค้าโดยมาเป็นแบบ AR

TIPS สำหรับ SME

การลดค่าใช้จ่ายที่ทำงานและบริการด้วยการใช้เครื่องมือเทคโนโลยี่เป็นสุดยอดวิธีการสำหรับชาว SME

อยู่แล้ว ด้วยเทคโนโลยี่ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่าง Chatbot หรือ app Office Controller ต่างๆ

จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ คนทำธุรกิจต่อไปในปี 2018

b&B trend2018 ver2.008

7.ยุคของ A Commerce

ใน trendwatching.com พูดถึงการค้าในแนวใหม่ได้น่าสนใจดังนี้คือ A commerce คือ การรวมเอา E commerce + ระบบ Automate ผ่านมือถือ

คำนี้จึงเป็นนิยามค่อนข้างใหม่ แต่ว่าในการคาดการณ์ของ Trendwatching พูดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไว้ได้อย่างน่าสนใจก็คือ

เนื่องจากในปีพ. ศ. 2561 นี้หลายคนคาดการณ์กันว่า การซื้อขายบนมือถือจะทวีความดุเดือด และใครที่สามารถสร้าง Platform แห่งความง่ายและ

สร้างประสบการณ์ประทับใจได้จะเป็นผู้ชนะ ดังนั้น การที่ Amazon Dash ใช้ความคิดหลายล้านแบบกับการสั่งซื้อแบบสัมผัสเพียงครั้งเดียว

เพราะมีฐานลูกค้าหลายล้านรายกำลังตัดสินใจด้านการเงินกับบริการต่างๆอยู่แล้ว ทำให้แนวโน้มของธุรกิจที่ผนวกสองอย่างเข้าไปด้วยกัน

แบบที่เรียกว่า A commerce จะกลายเป็นการค้าขายแห่งอนาคต

TIPS สำหรับ SME

การค้าขายในโลกออนไลน์กำลังถูกเชื่อมโยงให้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แต่การสร้าง Platform ด้วยตัวเองยังเป็นการลงทุนที่สูง สำหรับ SME ใหม่ๆ ต่อการทำงาน

ในเรื่องของ E commerce พื้นฐาน อาจจะเริ่มต้นจากการใช้ Platform ที่มีอยู่แล้ว แล้วจึงค่อยเชื่อมโยงกับ Application ไปก่อนจึงจะดีที่สุด

b&B trend2018 ver2.009

8.ยุคของ AR หรือ Augmented Reality และ Ai หรือ Artificial intelligence

เราได้ยินเรื่องของทั้งสองเทคโนโลยี่มาสักพัก แต่จะไม่มีครั้งไหรที่จะสามารถหยิบนำเอามาใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจังในปีหน้าเป็นต้นไป

Ar หรือ Augmented Reality คืออะไร

เทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนโดนผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ             อย่างกล้องถ่ายภาพ เข็มทิศ และ GPS จุดเริ่มต้นของ AR คือ ทีวี ผลการแข่งขันระหว่างนัด หรือ News ticker ด้านล่างจอของ CNN คือรูปแบบที่ง่ายที่สุดในการอธิบายความเป็นAugmented reality มันทำให้ข้อมูลที่ไม่สามารถอธิบายได้บนรูปภาพเกิดขึ้นในโลกจริง สิ่งสำคัญของ AR คือ ลักษณะของสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนการติดต่อสื่อสารครั้งใหญ่ คือ เราอ่านอีเมลระหว่างเดินทาง, ใช้เฟซบุ๊ก และ Location-based services (เช่น Foursqaure) การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์เหล่านี้ ทำให้เกิดขอบเขตใหม่ของ Augmented reality  เราไม่สามารถนำทีวี หรือพีซีไปได้ทุกที อย่างน้อยต้องเป็นอุปกรณ์ที่พกพาสะดวกอย่าง สมาร์ทโฟน ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธที่จะสนใจสิ่งรอบข้างบนโลกนี้ได้โดยผ่านุปกรณ์เหล่านี้

แล้ว AI หรือ Artificial intelligence ]jt

AI มาจากคำว่า Artificial Intelligence แปลเป็นภาษาไทยว่า ปัญญาประดิษฐ์  คือ สติปัญญาของเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ อาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่มีความชาญฉลาดสามารถทำงานหรือใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่ามนุษย์ เกิดจากความพยายามของนักวิจัยในการศึกษาพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่จะสร้างเครื่องจักรที่มีความคิด โดยมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสร้างเชาว์ปัญญาให้คอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนั้นยังต้องสามารถแสดงเหตุผล การเรียนรู้ การวางแผนหรือความสามารถอื่น ๆ ได้ด้วย  AI รุ่นที่เราอาจเห็นผ่านตามาบ้างก็คงเป็นหุ่นยนต์ของฮอนด้าที่รู้จักดีในด้านปัญญาประดิษฐ์

เราจะได้เห็น ทั้งสองเทคโนโลยี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและการทำการสื่อสาร Brand อย่างแน่นอน

TIPS สำหรับ SME

การใช้สองเทคโนโลยี่ได้ถูกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า Consumer หลายๆทาง ตั้งแต่ รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และทางการแพทย์  ซึ่ง SME ที่กำลังมองเทคโนโลยี่เหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจต้องดูโครงสร้างและการนำมาใช้งานที่เหมาะสมเพราะยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง

แหล่งข้อมูล

http://trendwatching.com/quarterly/2017-11/5-trends-2018/

http://www.mirror.co.uk/tech/pizza-hut-hires-robot-waiters-8045172

https://m3ideas.org/2011/09/30/m3-augmented-reality-idea/

http://www.zdnet.com/article/amazon-brings-augmented-reality-feature-ar-view-to-amazon-app/

http://www.independent.co.uk/travel/news-and-advice/future-travel-airport-technology-hi-tech-chatbots-robots-augmented-reality-ai-a7961171.html

http://robohub.org/bosch-and-nvidia-partner-to-develop-ai-for-self-driving-cars/

http://www.wallpaper.ge/view-nike_basketball-1920×1200.html

มีในเวป brandingdiythailand เพิ่มเติมครับ ลองไปดูเพิ่มเติมครับb&B trend2018 ver2.001

http://brandingdiythailand.com./blog/brandtrend%202018

เราควรเรียนรู้อะไรจาก แบรนด์ใหญ่

Tags

, ,

Learning from big brand chatz.001.jpeg

บางครั้งเจ้าของแบรนด์ก็มักจะมีมุมมองที่ว่า เราแบรนด์เล็ก เงินไม่เท่าแบรนด์ใหญ่

ทำให้บางทีก็ลืมไปว่า นอกเหนือไปจากเงิน แบรนด์ใหญ่ๆ เขามีแนวคิดบางอย่าง

ที่คุณอาจจะลองไปปรับใช้กับแบรนด์ตัวเองได้

ลองมาดูว่า แบรนด์ใหญ่เขามีเทคนิค อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

1.คอนเท้นที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของเขาในหลากหลาย ตั้งแต่ วิดีโอสาธิต สอนการใช้สินค้า  รีวิว และการทำ คอนเท้นท์แนว ฟีดแบคต่างๆ

Learning from big brand chatz.002.jpeg

แบรนด์พวกอย่าง Apple,Samsung หรือพวก กล้องทั้งหลาย รวมถึง สินค้าแนวเทคโนโลยี่มักจะใช้วิธีนี้กันเพื่อให้คนเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายมากขึ้น จริงๆมันก็สามารถเอาไประยุกต์ได้กับทุกประเภทนั่นแหล่ะ แม้แต่คุณจะทำนมเด็กก็ตาม

2.ความถี่ในการลงคอนเท้นท์ใน สื่อออนไลน์

Learning from big brand chatz.003.jpeg

จำนวนการลงสื่อออนไลน์ของแบรนด์ใหญ๋โหดมโดยเฉลี่ย ทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจไหนก็ตาม ที่ถ้าทำออนไลน์แบบจัดเต็มแล้ว มักจะใช้ความถี่แถวนี้

คุณอาจจะบอก พี่ครับ จะบ้าหรอ ลงแบบนั้น ผมคงไม่ต้องทำอะไรพอดี

แต่ผมกำลังจะบอกคุณว่า แสดงว่า การเห็นของแบรนด์ด้วยจำนวนครั้งต่อการจดจำ มันมีผล

ยิ่งคุณลงน้อย เกินไป ย้ำว่าน้อยเกินไป ความจดจำในแบรนด์มันยิ่งยาก

คนสมัยนี้ จำยากขึ้น เพราะมีเรื่องให้จำเยอะ

บางที ไม่จำด้วย  ดังนั้น เรื่องของความถี่ จึงมีประเด็น

3.การสร้าง Brand Personality

บุคลิกของแบรนด์ใหญ่ มักจะมีความชัดเจน ในเวลาสื่อสาร ทำให้ลูกค้าจำได้ง่าย

Learning from big brand chatz.004.jpeg

การควบคุมแบรนด์ต่อทุกช่องทาง ของแบรนด์ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ

เพราะนอกเหนือไปจากเรื่องการจดจำแล้ว

ยังเป็นเรื่องลดความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีไม่ให้แบรนด์เสียชื่ออีกด้วย

Campaign ของ Coca Cola หรืออย่าง Burgerking เป็นการสะท้อนตัวตนของ Brand

อย่างต่อเนื่อง

Learning from big brand chatz.006.jpeg4.Hastag ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ

 

 

แบรนด์อย่าง Always,Redbull เป็นตัวอย่างทีดีในการสร้าง Hastag #likeagirl

ที่ถือว่าได้กระแสไปเยอะมากใน คลิปวิดีโอยูทูปที่มีวิวระดับหลักล้าน

เพราะการติด Hastag สามารถทำให้คนที่เขาประทับใจในคอนเท้นท์ของแบรนด์

สามารถเข้ามามีส่วนร่วมและทำให้แบรนด์ได้พลังของการต่อยอดจากคนที่ดูคอนเท้นท์และ

ส่งต่อแบรนด์ออกไป

5.การสร้างชุมชนของแบรนด์

Learning from big brand chatz.007.jpeg

แบรนด์อย่าง Fitbit และแบรนด์กล้องยี่ห้อดังต่างๆ เช่น Canon,Fuji,Olympus,Sonyล้วนสร้าง group ปิด และกลุ่มเฉพาะ

เพื่อสร้างให้เกิดการสื่อสารที่ลึกและเป็นเรื่องของสินค้า บริการอย่างลึกซึ้ง

นอกเหนือไปจากเป็นการย้ำให้เกิดการสร้างประสบการณ์ของแบรนด์แล้ว

ยังเป็นการสร้างคอนเท้นท์ด้วยตัวของผู้ใช้เองอีกด้วย

Resource:บางส่วนจาก https://neilpatel.com/blog/big-brand-marketing-lessons/?utm_content=buffer3dc44&utm_medium=social&utm_source=twitter.com&utm_campaign=buffer

5 ข้อคิดของ Brand ดีอย่าง Bodyshop ทำไมถึงขายไม่ดี

Tags

, , ,

Bodyshop.001

Bodyshop ถือว่าเป็น Brand ที่มีอายุยาวนานกว่า 40 ปี และเป็นแบรนด์ที่

ใช้แนวคิด แบบ Eco-Friendly เป็นเจ้าแรกๆ ของโลกและก็ได้รับการยอมรับ

รวมถึงความนิยมของแบรนด์จนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก

แต่ในปัจจุบัน Bodyshop ที่ถูก Takover โดย บริษัทระดับโลก

กำลังจะถูกขายกิจการ โดยมียอดขายตกต่ำกว่า 38% ในปีที่ผ่านมา

เกิดอะไรขึ้นและ 5 ข้อคิดที่สำคัญของ Brand ดีที่ทำไมขายไม่ดี

Bodyshop1.001

 

1.การขายกิจการของ Bodyshop ให้กับ L’Oréal

ถึงแม้ L’Oréal จะประกาศเจตนารมย์และแนวทางในการทำธุรกิจว่าจะสานต่อ แนวคิดและจิตวิญญาณของ (Anna roddick)แอนนา รอดดิค ผู้ก่อตั้งที่ครั้งหนึ่งเป็นเสมือน เจ้าของแบรนด์ตัวจริงที่ใส่

แนวคิดของการทำสินค้าที่ไม่เบียดเบียนโลกและสัตว์ต่างๆ ทั้งการใช้ของที่เป็น Recycle

รวมถึงไม่ทรมานสัตว์ในการทดลองสินค้า จนทำให้แบรนด์เกิดความเลื่อมใสในหมู่นักช้อปปิ้ง

ว่าช่างเป็นแม่พระ และทำให้แบรนด์มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

แต่หลังจากการขายกิจการให้กับบริษัทระดับโลกที่ขายของแบบตลาดแมสเป็นหลัก

หลายๆคนถึงกับตราหน้า แอนนา  รอดดิค ว่า ละทิ้งอุดมการณ์และเห็นแก่เงิน ทำให้แบรนด์หมดความ

ขลังในหมู่สาวกไปมากทีเดียว

Bodyshop.003

2.การทำการตลาดแบบ L’Oréal (ลอรีอัลนับตั้งแต่การซื้อกิจการมา ลอรีอัล อยู่กึ่งกลางระหว่าง จะพาแบรนด์ไปในแบบกลุ่มใหญ่ หรือ แมส ดี หรือจะพาไปในแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งต้องยอมรับว่า ตัวลอรีอัลเองนั้น อาจจะอยากพยายามให้แบรนด์นั้นขยายธุรกิจและเติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่การทำกิจการการตลาดของ Bodyshop ที่ผ่านมา ไม่เคยได้ใจคนทั้งสองกลุ่มเลย ทั้งกลุ่มแมส และกลุ่มอนุรักษ์ ทำให้มีผลโดยตรงต่อแบรนด์ที่ดูไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน

Bodyshop.004

3.การเกิดของแบรนด์อื่นที่ตำแหน่งเดียวกันแต่ชัดเจนกว่า

แบรนด์อย่าง Chantecaille, and Lush ,Neal’s Yard หรือ Dr. Hauschka เป็นแบรนด์ที่มีความน่าสนใจกว่า

รวมถึงเข้าถึงง่ายกว่าและทันสมัยกว่าในหมู่ลูกค้าทำให้ แนวคิดแบบ Bodyshop  ในวันนี้ไม่ได้เก๋เท่อยู่แบรนด์เดียวเหมือนในยุคก่อนอีกต่อไป

Bodyshop.005

4.ผู้นำ Brand ไม่สามารถ ดึงศักยภาพของแบรนด์ได้เท่าที่ควร Jeremy Schwartz เป็นอดีตนักการตลาดชั้นยอดผ่านงานทั้ง ลอรีอัล โคคาโคล่า ทั้งในระดับที่ปรึกษาและระดับสูง และอีกทั้งยังเป้นคนที่สนใจกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติเป็นทั้งนักท่องโลกและปีนเขา แต่การมาอยู่ในจุดนี้ของเขา ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับแบรนด์ที่มีลักษณะความเป็นนักอนุรักษ์นิยมแบบที่แอนนาทำไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะชื่นชอบแนวคิดของแอนนาเป็นอย่างมาก แต่การสื่อสารแบรนด์และแนวคิดในการใช้ของ recycel ในแบบของเขากลับเป็นไอเดียที่ดูไม่น่าตื่นเต้นไปซะแล้วในยุคนี้

Bodyshop.006

5.กลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าที่ล้าสมัย  ในขณะที่แบรนด์ใหม่ๆที่มาด้วยแนวคิดรักษ์โลกต่างขยับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์

และเนื่องจากกลุ่ม Gen ใหม่ๆ ที่ต้องใช้เครื่องสำอางค์ต่างมีชื่อแบรนด์รักษ์โลกอยู่ในใจกันมากมาย แต่ Bodyshop กลับกลายเป็นขยับเรื่องนี้ได้ช้ากว่าเจ้าอื่นทั้งๆที่เป็นเจ้าแรก ทำให้เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

Source:

https://www.forbes.com/sites/greatspeculations/2017/02/23/why-is-loreal-trying-to-sell-off-natural-beauty-brand-the-body-shop/#2101509b1523

https://www.google.co.th/search?q=bodyshop+online&rlz=1C5CHFA_enTH760TH760&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwiUlIza-drWAhXJsI8KHRk3B04Q_AUICigB&biw=1267&bih=591#imgrc=buDRKj7HkdcR2M:

https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&ved=0ahUKEwjxyLjp-NrWAhUGv48KHSjBDiQQjhwIBQ&url=https%3A%2F%2Fwww.pinterest.com%2Fexplore

http://thebodyshop.co.th/th/products_cat.php?cate=4%2Flush-cosmetics%2F&psig=AOvVaw0yqGpel-e0HpX7QPZiOb2G&ust=1507343084590107

https://www.marketingoops.com/reports/fast-fact-reports/the-body-shop-failure-study/

Personal Brand อันดับ1 ของโลกฟุตบอล

Tags

, ,

neymar_psg2

Personal Brand ในโลกกีฬาฟุตบอล

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครไม่พูดถึง เนย์มาร์ นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในการซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา

คนอะไรค่าตัวเกือบ หมื่นล้าน (8,880 ล้านบาทโดยประมาณ) เรียกว่า คนๆเดียว สามารถตั้ง

บริษัทฯจ้างคนมาทำงาน ทำธุรกิจกันเป็น 100 ปีสำหรับบางประเทศ

แต่คุณเชื่อหรือไม่ ว่าดีลนี้ แทบจะเรียกว่าคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มต้นที่เนย์มาร์ย้ายทีมมาแล้วด้วยซ้ำ

จาก บาร์เซโลน่า สเปน ทีมที่มีมูลค่าอันดับต้นๆ ของโลก มาอยู่ที่ ปารีส แซงแชคแมงค์

ทีมชั้นนำฝรั่งเศส แต่ว่ามีมูลค่าและความนิยมยังห่างชั้นกันหลายช่วงตัว

(ใน 10 อันดับแรก ทีมปารีส อยู่อันดับ 8 เท่านั้น)

Screen Shot 2017-08-23 at 4.41.08 PM

นักวิเราะห์ว่ากันว่า ถ้าไม่นับความรวยของเจ้าของทีมชาวตะวันออกกลางที่ซื้อตัวนักฟุตบอล

ด้วยความสะใจ เหตุผลทางธุรกิจไม่น่าจะคุ้มทุน

ที่ไหนได้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับตรงกันข้าม

ใช่ครับ ฟุตบอลเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งโลกไปแล้ว

แม้มันจะไปที่ฝรั่งเศส แต่ความเป็นเมืองปารีส ที่เป็นเมืองใหญ่

รวมถึงการเป็นนักเตะดังระดับโลกอย่าง เนย์มาร์ แล้ว

มันเป็นธุรกิจวัฒนธรรมที่ฝังรากมานานกว่า 100 ปี จนกลายเป็นสิ่งที่คน

ทั้งโลกเสพติดกันเรียกว่าทุกวันเลยทีเดียว

ฟุตบอลพัฒนตัวเองไปมากในเชิงธุรกิจ เพราะเป้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก

เป็นทั้งธุรกิจขาขึ้น และมีความซับซ้อน ทั้งเรื่องรูปแบบและการจัดการ

เราจึงเห็นนักธุรกิจมีฝีมือหลายคน เจ๊งกับฟุตบอลไปมากมาย

และอีกหลายประเทศ ต้องวางกฏเกณฑ์กันอย่างเข้มงวด

เฉพาะภาษีที่เก็บจากเรื่องฟุตบอล ประเทศอังกฤษที่ถือว่าลีคได้รับความนิยมสูงสุด

มีรายได้เข้าจากค่าภาษี มากกว่า 1,500 ล้านปอนด์

ยังไม่นับรายได้ในเชิงท่องเที่ยวและรวมถึง กิจการที่เกี่ยวข้องอีกนับไม่ถ้วน

กลับมาพูดถึง Personalbrand ของเนย์มาร์กันดีกว่า

เนย์มาร์ หรือ NeyMar เป็นนักเตะบราซิลที่พกพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เล็ก

เขาเป็นขุนพลหลักทีมชาติบราซิลในยุคปัจจุบัน และด้วยความสามารถที่มากกว่า

ทุกคนในทีมเขาจึงกลายเป็นจุดเด่นและ ดาราดังของทีมของทีมแซมบ้าซึ่งเป็นขวัญใจของคนที่ชอบบอลทั้งโลก

เมื่อเนย์มาร์ อยู่ใน บราซิล ชาติอันดับ 1 ของ ฟุตบอล และ บาร์เซโลน่า ทีมสโมสร ที่ถูกยกย่อง

เป็นอัันดับต้นๆ มันจึง การันตีตัว Personal brand ที่ถูกยกระดับเขาอย่างชัดเจน

เมื่อย้ายมาที่ ปารีส มันจึงกลายเป็น ตัวเนย์มาร์ที่ช่วยยกระดีบทีม ทั้งฝีเท้าและ ภาพลักษณ์ไปด้วย

และด้วยบุคลิกที่เข้าถึงง่าย ไม่ถือตัว จากจากซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ ยิ่งทำให้ กระแสความฟีเวิอร์ยิ่งกระจายไกล

c50dc33859953db255622d9b3d7515d7

ว่ากันว่าเสื้อ 20,000 ตัว ขายหมดอย่างรวดเร็ว ทุกไซส์ เสียด้วย

Social media ทุกช่องทางของทีม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

Personal brand ที่ Perfect แบบ เนย์มาร์จึงเป็น คำตอบที่ถูกต้องของการตลาดฟุตบอลยุคใหม่

ตัวอย่างโฆษณาที่พูดถึงแม่ของ Evian

Tags

, , , ,

7d279a8aa304879f8748115fb58e9a33

a137b6602d0048fa1c9325c62722b2dc.jpg

น้ำแร่เอเวียงเป็น Brand ระดับโลกที่มีการทำการตลาดและโฆษณาในระดับ World wide เมื่อสัก 2 ปีที่แล้วได้ทำแคมเปญเกี่ยวกับเแม่ขึ้นมา 1 อัน โดยเป็นรูปที่สื่อถึงแม่ที่อุ้มลูกในแอฟริกาที่มักจะมีผ้ารัดคล้อง

ท้องกับลูกEvian-For-Mothers-and-Babies-2.pngซึ่งตามปรกติประเทศอื่นไม่มี

เมื่อAd ออกมาได้รับความฮือฮาใช้ได้ แต่ว่าก็มี Blogger คนนึงได้นำรูป Ad ของน้ำดื่มอีกยี่ห้อนึงใน ivorycoast เอามาแปะคู่กันEvian-For-Mothers-and-Babies-4jpg.png

จนเกิดความสงสัยว่า ทีม Creative ในฝรั่งเศสมัวแต่ทำอะไรอยู่ จึงไม่เคยเห็น Ad นี้หรือไรซึ่งดูอย่างไรก็ช่างเหมือนเสียจริง

เรียบเรียงเรื่องจาก

https://www.allthingsankara.com/2015/02/advertisements-evian-for-mothers-and-babies.html

ด้านมืดของธุรกิจแบบ StartUP

Tags

, , , , ,

theranos-elizabeth-holmes-01.jpg

เร็วๆนี้มีข่าวนี่เด้งขึ้นมาอีกครั้งแต่เป็นข่าวที่ไม่สู้จะดีนัก

ที่ว่า บริษัทที่เคยมีมมูลค่านับพันล้านเหรียญอาจจะเหลือศูนย์

อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์

ในขณะที่โลกกำลังเห่อกับคำว่า Disruptive และ Startup

โดยที่กระแสของการทำลายล้างสิ่งที่เป็นอยูในอดีตที่ไม่เวิร์ค

ด้วยแนวคิดและเทคโนโลยี่ต่างๆเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น

เกิดขึ้นอย่างมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เราได้เห็นคนระดับเทพๆอย่างมาร์คซัคเคอร์เบิร์คสตีฟจ๊อบส์

หรืออย่างแจ๊ค หม่า รวยกันยิ่งกว่าฝ่าผ่าในชั่วเลาไม่กี่ปี ด้วยแนวคิดที่

เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนพฤติกรรมคนให้สะดวก ด้วยการนำสินค้าด้วย

การใช้เทคโนโลยี่ แพลตฟอร์มต่างๆมาทำธุรกิจ

เพราะการทำธุรกิจแบบนี้ มันรวยเร็ว ทำให้โลกนี้เกิดความบ้าคลั่งกับ

การหา Growth hacking กันราวกับดอกเห็ด รวมไปถึงประเทศไทย

ไม่ได้บอกว่าไม่ดี. แต่ทุกอย่างในโลกล้วนมีสองด้านเสมอ

และด้านมืดของสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของ Startup ก็คือ บริษัทที่ชื่อว่า

Theranos และ CEO สาวสวยที่ชื่อ Elizabeth Homes

Theranos เป็น บริษัทที่ทำ ธุรกิจด้านเทคโนโลยี่การตรวจเลือด

ที่เคลมว่าให้ผลที่แม่นยำถึง 100% ซึ่งดีกว่าอดีต ที่เวลาเราเจาะเลือดกัน

เป็นหลอดๆ แต่สำหรับเทคโนโลยี่ที่ชื่อ Edisonหรือ Fingerstickนี่

เจาะเลือดเพียงสองสามหยดแบบ เบ็ดเสร็จไม่ชักช้า

ก็รู้เรื่องแล้ว   สามารถรู้ได้อย่างกับตาเห็นว่าเราเป็นอะไร แม่นยำขนาดนั้น

ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์อบ่างสิ้นเชิง

เพราะการจะให้รู้ว่ามนุษย์นั้นร่างกายป่วยหรือไม่ป่วย

มักจะใช้การเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาค่าต่างๆในร่างกาย

ยิ่งการเจาะเลือดแบบที่ Theranos หรือ เทอรานอส นั้นบอกว่าให้ผลเฉียบขาด

ยิ่งทำให้คนที่ได้ยินยิ่งต้องสนใจ และได้ใช้บริการจากผลิตภัณฑ์และ แลบของที่นี่

และยิ่งมากไปกว่านั้น CEO ที่ชื่อว่า อลิซาเบธ โฮมส์ซึ่งตอไปจะขอเรียกสั้นว่า

ว่า โฮมส์ นั้น มีหน้าตาสวยงาม ดูดี มีชาติตระกูลอย่างยิ่ง

แรงบันดาลใจจากคุณลุงที่เธอผูกพัน ได้เสียชีวิตเพราะจากการวินิจฉัยผิดโรค

ทำให้เป็นแรงบันดาลใจที่เธอไฝ่ฝัน อยากจะทำธุรกิจด้านนี้

รวมถึงการเป็นคนกลัวการเจาะเลือดของเธอ เพื่อช่วยให้คนนับล้านไม่ต้อง

เสียชีวิตเพราะการวินิจฉัยที่ผิดๆอีกต่อไป

ความฝันในการ Disrupt การเจะเลือดด้วยเทคโนโลยี่ใหม่จะต้องเกิดขึ้นให้ได้

และนี่คือการสร้างฝันอันยิ่งใหญ่ของเธอ แก่มนุษย์ชาติ

และทุกครั้งที่เธอออกสื่อ เธอจะแต่งตัวด้วยชุดคอเต่าสีดำ ไม่ต่างจาก สตีฟ จอบส์

บวกกับเธอเคยเป็นอดีตนักศึกษาจาก แสตนฟอร์ด และประวัติครอบครัวเธอก็ไม่ธรรมดา

ทั้งคุณพ่อและแม่ต่างทำงานในองค์กรใหญ่ในอเมริกา ทำให้ Personal brand ของเธอนั้น

ขายดีมาก ทั้งสื่อและนักลงทุนต่างให้ความเชื่อถือเธออย่างสนิทใจ

ว่ากันว่านางสาวโฮมส์นั้นดังกว่าธุรกิจของเธอด้วยซ้ำ

บริษัทนั้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2003 แต่ว่ามาดังเอามากๆในช่วงปี 2014 และในช่วงปี 2015

เทอรานอส มีมูลค่าถึง $9,000 ล้านเหรียญ และในปีเดียวกัน โฮมส์ ก็กลายเป็นนักธุรกิจหญิงอายุน้อยที่รวยฟ้าผ่าแบบสุดๆ จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes

แต่ ซินเดอเรลล่า โฮมส์ก็มีอันต้องเจอจัดหนัก เมื่อสื่อบางเจ้าอย่าง Wallstreet เริ่มให้สงสัยในเทคโนโลยี่ของเทอรานอสว่ามันจริงหรือ เพราะการที่ไม่ได้มีการ

ปฏิบัติทางการแพทย์ใดทั้งด้านเคมี และด้ารการแพทย์ จนเป็นที่มาของการเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง

ของหย่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่น่าแปลกใจมากกว่านั้น ก็คือสถาบันแลบของ เทอรานอส กลับไม่ได้มีเครื่อง มหัศจรรย์อย่างที่ว่า

และยิ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบ ไปที่ตัวเครื่องกลับไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่โฆษณาไว้ และการสดสอบตรวจเลือดเก็บตัวอย่างก็มีเพียงน้อยนิดเพียง สองร้อยกว่ารายเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก

พูดง่ายๆ คนอเมริกันโดนแหกตา ด้วยผู้หญิงสวยและดูดีมีชาติตระกูลอย่างนางสาวโฮมส์ นั่นเอง

เมื่อผิดหวัง ขบวนการตามล้างเชคบิลจึงเกิดขึ้น  เธอถูกห้ามให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแลบของเธอเป็นเวลา 2 ปี บรรดานักลงทุน ผู้ร่วมงานทั้งหลายก็เกิดตาสว่างขึ้นฉับพลัน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทอรานอส ต่าง

มะรุมมะตุ้มฟ้องร้องค่าเสียหายกันยกใหญ่ สำนักงานอันใหญ่โตในซิลิคอน วัลเล่ย์ ก็ถูกยึดคืนและถูกปล่อยให้เช่าไปเรียบร้อยหลังจากนั้น

ความสวยงาม ความฝัน ของนางสาวโฮมส์สลายไปในชั่วไม่ถึงสองปี จากที่เริ่มโด่งดัง

Fortune ได้ยกให้เธอเป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าผิดหวังที่สุด

นางสาวโฮมส์มีโอกาสจะติดคุก. และอาจจะติดหลายปีเสียด้วย เนื่องจากเข้าข่ายว่าหลอกลวง

ผู้บริโภคและให้คำกล่าวอ้างที่เกินจริงในธุรกิจของเธอ

ว่ากันว่ามูลเหตุอย่างนึงที่มีผลให้เรื่องนี้ไปกันไปไกลมากมายใหญ่โต ก็คือ การเชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตา

ของบรรดาทั้งสื่อของโลกเอง นักลงทุน และรวมถึง คนที่ถูกกระแสของ สตาร์ทอัพ มอมเมา

การมีมาของโฮมส์นั้นมาตามครรลองของตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จอย่างพวกบิลเกตส์

สตีฟจอบส์มาร์คซัคเคอร์เบิร์คก็คือเป็นลักษณะเด็กเรียนเก่งดูดีมีความคิดออกจากมหาลัยทั้งที่เรียนอยู่เพื่อตั้งบริษัทที่ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงโลกได้

แต่ผิดไปนิดเดียวที่เทคโนโลยี่นั้น  ไม่มีอยู่จริง

มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า ถ้าเทอรานอส ไม่ได้ พีอาร์หรือ ทำการตลาดมากจนเกินไป บางที ในวันหนึ่งข้างหน้า

เธออาจจะสามารถคิดค้นเทคโนโลยี่ออกมาสำเร็จจริงๆก็ได้ แต่ดูเหมือนทั้งโลกนั้นยัดเยีียดสิ่งที่อยากจะเห็น อยากจะเชื่อให้กับเธอจนลืมความจริงกันไปเสียหมด

และเมื่อเธอไม่ได้มีแผนที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ดีพอ ความหายนะก็บังเกิด

เคสนี้จึงเป็นอุทธาหรณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสลดใจ และให้นักสร้างฝัน สตาร์ทอัพทั้งหลายได้ระมัดระวัง

รวมถึงนักลงทุนที่มักไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อนจะได้เชคสติตัวเองก่อน

เคสการตั้งราคาของรองเท้า ADIDAS

Tags

, , , ,

3f78ea9debb291c40112d7d6273637d4--shoe-shop-adidas-originals.jpg

การได้ทำคลาสและมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันทำคลาสถือเป็นบุญกุศลผมเป็นอย่างยิ่ง

และคลาสที่เพิ่งจบลงไปผมก็ได้มีโอกาสเรียนรู้จากคนเก่งท่านนึง ก็คือ

พี่ทาโร่   เลิศวัฒนรักษ์     ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจ นักเขียนหนังสือ เรื่อง มีบางอย่างที่ผิดในธุรกิจ และความเก่งของพี่เขาก็คือ การอ่านธุรกิจ โดยเฉพาะในเรื่องการดูงบการเงิน

wrong.jpg หนังสื่อพี่ทาโร่

.

พี่ทาโร่ ถ้าคุณจะสำเร็จในธุรกิจ คุณต้องดูให้เป็น เพราะไม่งั้น ปลายทาง คุณทำงานไปเหนื่อยแทบตาย อาจไม่เหลือเงินเลยก็ได้

.

จริงๆหัวข้อที่เรา Live ด้วยกัน จะเป็นเรื่องของ Pricing และก็มีตัวอย่างนึงที่มีประโยชน์

อย่างยิ่งต่อทุกท่านที่ทำธุรกิจ

มีเคสนึงเป็นของ แบรนด์ที่ชื่อว่า Adidas ซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักกันดีเพราะเป็นแบรนด์กีฬาระดับโลก

.

หลายๆคนที่เคยซื้อรองเท้ายี่ห้อ Adidas น่าจะพอเดาๆ ราคาโดยประมาณได้นั่นก็คือ อยู่ที่

2000 กว่าบาทไปจนถึง 3xxx บาท หรืออาจะแพงกว่านั้น แต่โดยเฉลี่ยก็อยู่ราวๆนี้

.

คิดเป็นเงิน$ ก็เฉลี่ยตกประมาณ 100 เหรียญ ของราคาขายตามห้าง

.

ต้นทุนของรองเท้า(COGS) ที่ADIDAS ผลิตนั้น อยู่ที่ประมาณ ไม่เกิน 20 เหรียญซึ่ง

ผมว่าหลายคนก็รู้

.

แแต่อันนึงที่ทุกคนที่ผมไม่แน่ใจว่าจะรู้หรือไม่ว่า กำไรต่อคู่ที่ Adidas นั้นได้รับตกอยู่เพียง

2 เหรียญเท่านั้น!!!   

.

ผมถามพี่ทาโร่อยู่ซะหลายรอบ เพราะตัวเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าทำไมมันเหลือน้อยจัง

อย่างน้อยไม่เหลือสัก 5 เหรียญละ ดีกว่า 2 ตั้งเยอะ

.

พี่ทาโร่แกเล่ามาแบบนี้ครับ

การขายเข้าห้าง ซึ่งคนที่ทำธุรกิจ retail หรือขายของกะห้างจะพอเข้าใจว่า มันมีเรื่องของ

Supply chain ที่จะต้องจ่ายออก รวมถึงค่าการตลาด  และค่าอื่นๆอีกทั้งขนส่งและค่าคน

รวมถึง Brand ambassador (ซึ่งอาจจะได้เงินต่อคู่มากกว่าเจ้าของแบรนด์ด้วยซ้ำ)

.

ซึ่งหลายคนมักจะมองว่า ทำไม ห้างถึงต้องเอากำไรเยอะขนาดนั้น ไม่ยุติธรรม อันที่จริง

ธุรกิจแต่ละประเภทต่างก็มีธรรมชาติของมัน. ถ้าคุณไปทำห้างคุณก็จะพอรู้เองว่าทำไมห้างจึงต้องเอากำไรมากขนาดนั้น (เอาไว้ว่ากันวันหลัง)

.

แต่ประเด็นที่ผมอยากจะสื่อก็คือ การตั้งและกำหนดราคา นั้น ต้องรู้จักลักษณะธุรกิจให้ดีและชัดเจนจึงจะมองภาพออกว่า ราคานั้น เป็นเรื่องของการรับรู้ของผู้ซื้อ มิใช่สิ่งที่เราอยากจะกำหนดเท่าไหร่ก็ได้

.

เพราะไม่งั้น Adidas คงอยากขึ้นราคาเพื่อให้ได้กำไรมากกว่า 2 เหรียญ

.

บางครั้งการตั้งราคา เพื่อเพิ่มอีกเพียง 5 เหรียญ อาจจะมีผลต่อการลดลงของยอดขาย อีก 5%

.

ซึ่งก็ไม่รู็บางที. การลดต้นทุนลง 5 เหรียญ อาจจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าก็เป็นได้

.

ดังนั้น. การตั้งราคาจึงเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลจากลูกค้าที่มากพอก่อนตัดสินจึงจะดีที่สุด

.

บางครั้ง. การตั้งราคา มันไม่ใช่เรื่องของเรา  แต่มันเป็นเรื่องของเขาที่เราจะต้องรอด

เครดิตรูป จาก

https://www.pinterest.com/jrmtexas/cars-saleens/?lp=true

กว่าจะเป็นธุรกิจพัฒนาศิลปิน

Tags

, ,

Personal brand development.001.jpeg

#ในฐานะที่ทำงานด้านขายบริการมาก่อน . #หมายถึงงานสร้างศิลปินนะ = =”

ดังนั้นสินค้าที่ขายก็คือ คนเป็นต้นทุนและเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญต่อบริษัทฯสร้างศิลปินและนักแสดง

การจะสร้างศิลปินหรือคนที่มีความสามารถพิเศษจึงต้องมีกระบวนการเส้นทางสำหรับการลงทุน ไม่อย่างนั้น จะเป็นการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เป็นอย่างยิ่ง
การเซ็นสัญญาของศิลปินที่บอกกันว่า 3 ปี 5 ปี  คนภายนอกอาจจะมองว่า ยาวนานจริง แต่สำหรับสิ่งที่เรียกว่าการพัฒนาคนนั้นไม่ยาวเลย
กว่าศิลปินคนนึงจะบ่มเพาะออกมาเป็นคนที่มีความครบด้านน่าติดตาม ต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และทีมงานมากมาย และโอกาสที่จะได้ศิลปินที่ใช่อาจจะมีเพียง 1ใน 5 หรือ 20% หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการคัดเลือก แต่ส่วนใหญ่ก็ประมาณนี้

…….
คนที่จะถูกนำมาขัดเกลา ต้องมีพื้นฐานอยู่แล้วถึงจะสามารถนำมาฝึกต่อได้ การลงทุนในการสร้างก็มีตั้งแต่ทักษะพื้นฐานด้านดนตรี เต้น แสดง รวมถึงบุคลิก และความคิด และความสามารถเสริม
บางครั้ง เราก็ต้องดูแลไปถึงชีวิตส่วนตัว เพื่อให้เขามีสมาธิกับเรื่องเหล่านี้มากที่สุด

ไม่อยากบอก บางคนที่เคยดูแล ต้องถึงกับหาโรงเรียนให้เรียน หาบ้านให้อยู่ และอีกหลายๆอย่างที่ต้องทำ
การบริหารจัดการศิลปินเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมทุกฝ่ายจึงเป็นงานที่ใช้ศาสตร์และศิลป์ หรือใช้ทั้งตัว ใจ และเงิน ตัวเอง รวมถึง น้ำใจอีกด้วย

บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้ ก็น่าดีใจ แต่หลายๆครั้ง ก็ไม่ต่างจากพื้น เพื่อปูทางให้เขาไปต่อ
ไปได้แล้ว ได้สิ่งที่ได้ ก็จบกัน จากกันไป
กลับมาที่เรื่องเส้นทางการพัฒนาคนดีกว่า

คนหนึ่งคนที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แทบจะหาได้น้อยมาก
แบบอย่างที่เราเห็นที่โด่งดังนั่นแสดงว่าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เช่น พี่เบิร์ด ลุลา ปาล์มมี่ คนเหล่านี้ให้มีเพียง 1ในล้าน
น้อยไปนะ

คือมีทั้งทักษะพิเศษ ความพยายาม ความรับผิดชอบ ความทะเยอทะยาน และความอยากสำเร็จ

หลายคนมีทุกข้อ ยกเว้นข้อสุดท้าย คืออยากสำเร็จ เพราะใจไม่กล้าคิด กลัวผิดหวัง
เมื่อไม่กล้าคิด กลัว ก็มักไม่ได้
ผมเคยเจอหลายคนที่น่าเสียดายมาก ร้องก็เก่ง หน้าก็ดี การศึกษาก็ได้ แต่กลับกลายเป็นถูกสอนมาไม่ให้มีความอยาก เหมือนมาแล้วก็ไม่รู้จะทำดีหรือไม่
สุดท้ายก็ต้องไปทำอย่างอื่น เพราะความทะเยอทะยานไม่พอ

การใช้เวลาต่อการสร้าง เช่น เรื่องทักษะการเต้น แสดง จะต้องฝึกเป็นปี เพื่อให้จำนวนชั่วโมงสะสมมากพอเพื่อให้เข้าไปในกระดูก ให้เบิร์น

กว่าจะทำได้ ก็ต้องมีหลัก มากกกว่า 50-100 ชั่วโมง
ค่าเรียนอย่างต่ำ ชั่วโมงละ 1,000 ก็เอา 100 ชม. คูณ
แล้วไม่ได้เรียนแค่อย่างเดียว เพียบ

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายต่อศิลปินในการพัฒนา จึงเป็นหลักหลายแสนถึงเป็นล้านบาทสำหรับบางคนไม่นับค่าเสริมสวยและศัลยกรรม
ผู้ชายสมัยนี้ก็ฉีดโบนะจ๊ะ

กว่าจะมาคิดราคาเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจจึงเป็นงานระดับมหภาค ใช้เวลาอย่างน้อย 3ปี ถึงจะเริ่มมีกำไรบ้าง ปรากฏว่าเข้าปีที่3 หมดสัญญาซะงั้น
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มาว่า ทำไมศิลปินจึงต้องเซ็นสัญญาห้าปี
ไว้จะมาเล่าต่อ