เคล็ดลับ 2 Sided-Platform ที่ทำให้แบรนด์ดัง

Featured

Tags

, , , ,

brandchatz 2side.001.jpeg

#มีคนถามว่าแบรนด์ธุรกิจแบบไหนเป็นช่วงขาขึ้นที่สุด
ส่วนตัวผมอยากจะบอกว่า ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์แบบสองด้านนี่แหล่ะ(Two-sided online Platform) มาแรงและปั๊มเงินได้เยอะสุดแล้ว(Growth hacking)
แบรนด์ดังๆ ก็ AirBnB, Etsy,Uber,Grab และอีกหลายๆแบรนด์ในปัจจุบันก็หันมาทำรูปแบบนี้มากมาย อย่างเมืองไทยก็ Fastwork.co,wongnai พวกนี้เป็นต้น
 
ข้อสังเกตุของธุรกิจแพลตฟอร์มแบบนี้ที่น่าสนใจคือ
1.รวบรวมทั้งสองด้านก็คือ ฝั่งคนให้บริการ และฝั่งคนหาบริการเข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน
2.มีการจัดการเรื่องของ Search keyword ที่ครบถ้วนตามความต้องการในการซื้อและการขาย ใครใครซื้อก็ซื้อ ใครใคร่ขายก็ขายเลือกได้
3.มีรูปแบบที่ทันสมัยและlifestyle การใช้งานนั้นตรงกับคนในปัจจุบันที่ต้องการที่รวมเพื่อให้เราได้หาทุกสิ่งอย่างในที่ที่เดียว
 
แต่กลยุทธ์ที่สำคัญของทุกแบรนด์ก็คือ คุณจะหาจุด ขยาย หรือ Growth hacking ให้เจอในวิธีการใดแและแบบไหน จนกลายเป้นธุรกิจระดับหลักรอ้ยล้าน 1,000 ล้าน
 
สิ่งที่เป็น Key Success Factor ของธุรกิจคือเรื่องนี้
แต่สิ่งที่เป้น Key success Factor ของการสร้างแบรนด์มักจะอยู่ตรงที่
 
1. คุณค่าร่วม Share value ที่ทุกคนได้ประโยชน์จากคุณ ไม่ว่า ถูกลง แก้ปัญหาได้ ใช้ง่าย เร็ว หรือ บลาบลาบลา
 
ข้อ 2. ข้อนี้สำคัญ ก็คือ ความเท่ ความแปลกใหม่ และความมีกึ๋นของ แบรนด์ที่แสดงออกมาในพฤติกรรมและบุคลิก
======
ผมอยากจะเอาข้อมูลการ Growth hacking ของ Airbnb ที่ได้จากการใช้ Database ของ Craiglist
มาให้อ่านเป็นไอเดียครับ (Craigslist เป็นเครือข่ายชุมชนออนไลน์ โดยให้บริการในการประกาศขายของออนไลน์ หางาน สมัครงาน หาคู่ และเป็น เวปบอร์ด พูดคุยในหลายๆด้าน
===================

Airbnb รู้ผ่านการวิจัยตลาดและประสบการณ์ของตนเองว่า Craigslist เป็นสถานที่

ที่ซึ่งผู้ที่ต้องการสิ่งอื่นนอกเหนือจากประสบการณ์ในโรงแรมระดับมาตรฐานมองหารายชื่อ

คำอื่น ๆ ตลาดเป้าหมายของ Airbnb

เพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ Airbnb ได้นำเสนอผู้ใช้ที่ระบุคุณสมบัติบน Airbnb

โอกาสที่จะโพสต์ไปยัง Craigslist ได้เป็นอย่างดีแม้จะมีข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีทางทำนองคลองธรรมก็ตาม

Craigslist ให้ทำเช่นนั้น แม้ว่าจะค่อนข้างง่ายในการมองย้อนหลังการดำเนินการไม่ได้ง่าย

ในสาระสำคัญ Craigslist บันทึกข้อมูลรายชื่อโดยใช้ URL ที่ไม่ซ้ำมากกว่าคุกกี้ เพราะว่า

 Airbnb สามารถสร้าง botb เพื่อเข้าชม Craigslist ขัดขวาง URL ที่ไม่ซ้ำกันป้อนข้อมูลรายชื่อและ

ส่งต่อ URL ไปยังผู้ใช้เพื่อเผยแพร่ ด้านอื่น ๆ ของการรวมกลุ่มนี้ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายอีกด้วย

บอทยังต้องกรอกหมายเลขของรูปแบบที่ง่ายที่สุดคือประเภท Craigslist ภูมิภาคที่เฉพาะเจาะจงได้รับการพิสูจน์

เนื่องจาก Craigslist มี Craigslist หลายรุ่นหลายร้อยรุ่นซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า

อื่น ๆ เช่นภูมิภาคย่อยๆภายในภูมิภาคสำหรับ Bay Area และอีกหนึ่ง Craigslist สำหรับทั้งโดเมน

รัฐเมน ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นเชคทุก Craigslist และขูดชื่อและรหัสสำหรับทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับอีเมลที่ไม่ระบุตัวตนที่ได้รับมอบหมายจาก Craigslist ฟังก์ชั่นนี้มี

ที่จะปิดและแทนที่ด้วยการเชื่อมโยงไปยังรายชื่อ Airbnb และเพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวโดดเด่น

ระหว่างค่าโดยสาร Craigslist มาตรฐานการสนับสนุน HTML ของแพลตฟอร์มที่ จำกัด ต้องได้รับการพิจารณา

ประโยชน์ของการรวม Airbnb-Craigslist เป็นจำนวนมาก ไม่เพียง แต่เป็นปริมาณที่แท้จริงเท่านั้น

ของศักยภาพที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Craigslist แต่ที่จริง Airbnblistings อื่น ๆ

คุณสมบัติที่พร้อมใช้งานมากขึ้นส่วนบุคคลมีคำอธิบายที่ดีขึ้นและภาพถ่ายที่สวยงามยิ่งขึ้นทำให้พวกเขาได้มากขึ้น

ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ Craigslist ที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน

เมื่อผู้ใช้ Craigslist ทำการสลับผู้ใช้เหล่านี้มักจะไม่สนใจ Craigslist และหนังสือ

ผ่าน Airbnb ในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่มีคุณสมบัติอยู่ใน Airbnb ด้วย

ทำรายได้มากขึ้นในรายการของพวกเขาซึ่งทำให้พวกเขาใช้บริการอีกครั้งและอีกครั้ง

=======================

เป็นส่วนหนึ่งที่ผมทำการแปลและคัดลอกมาจาก Case ของ Harvard business School

Credit:ขอบคุณน้อง จูน แห่ง Metta group ครับสำหรับ Case  😀

อะไรคือ brand DNA

Tags

, , , , , ,

branddna.001

ความหมายมันก็คือ ความรวมของ องค์ประกอบต่างๆที่ประกอบเป็นแบรนด์ ซึ่งหมายถึง ตัวตนที่เป็นหนึ่งเดียวของแบรนด์ๆนั้น ซึ่งเราจะเรียกว่า ตัวตนหรือ identity ก็ได้เหมือนกัน

การสร้างแบรนด์ตัวตนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ลำดับในการสร้าง และปรับแต่ง ตามสถานะของความเข้าใจและการใช้งาน ได้แบบนี้

branddna.002

3 ลำดับในการสร้าง BRAND DNA

branddna.003

รูปลักษณ์ (Physical) การสร้างตัวตนซึ่งมาจากการมองเห็นจากภายนอก ได้แก่ การสร้าง Image,Packaging ต่างๆ การใช้สี การปรับชุดเสื้อผ้า ส่วนประกอบเช่น ร้าจำหน่าย  รวมถึงการท่าทีท่าทางการพูดคุยก็เป็นส่วนสำคัญ

branddna.004

กลุ่มสังคม (Social)  การสร้างความสัมพันธ์ กลุ่มที่เราจะต้องการสื่อสารด้วย เช่น คนเมือง คนท้องถื่น กลุ่มรักการขับรถ กลุ่มชื่นชอบapple  หรือกลุ่มนักวิ่ง เหล่านี้จะเป็นการสะท้อนถึงสังคมของตัวตนที่ชัดเจน การสร้าง  Brand community จึงเป็นขั้นตอนนึงของการทำให้เกิด DNA ของแบรนด์

brandDNA.005.jpeg

 

บุคลิก (Mental) การค้นหาตัวตนของเราว่าเราเป็นใคร อะไรคือสิ่งที่เป็นเรา (สามารถอ่านได้จาก brand archetype) สิ่งจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้าง DNA

และสร้างประสบการณ์แบรนด์ต่อกลุ่มสังคมหรือกลุ่มลูกค้า เช่น Brand แบบ Jackdaniel ใช้วิธีการสื่อสารด้วยการเล่าตัวตนแบบคนใต้ทางอเมริกาที่มีประวัติศาสตร์ในการบ่มเหล้ามายาวนาน ภาพของโรงบ่ม บรรยากาศทำให้เรานั้นเชื่อในตัวตนและความคลาสสิคของ Jack daniel จนแบรนด์นี้กลายเป็นแบรนด์ที่แตกต่างออกไปจากคู่แข่งเจ้าอื่น

2 ประเด็นที่ต้องคิดถึงต่อการสร้าง Brand DNA

ที่มาที่ไปของแบรนด์ (Brand story)มีความสำคัญ

เพราะการสร้าง story ของแบรนด์มีส่วนต้องการสร้างความรู้สึก ในสมัยนี้ การย้อนกลับไปดู แบคกราวนด์ ของสินค้า หรือคนๆนั้น ทำให้คนเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น ดังนั้น ถ้า story brand ของคุณ ไม่มีความเชื่อมโยงใดๆเลย ก็เป็นไปได้ว่า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ก็เกิดยาก

branddna.006

ราคา มีผล ต่อ DNA มั้ย

มีอย่างแน่นอน เพราะการกำหนดราคาเป็นการบอกตัวตนอย่างนึงของแบรนด์

ไม่ว่าคุณ จะวางไว้ที่ถูกหรือแพง ล้วนแต่มีนัยยะทั้งสิ้น การกำหนดราคาเริ่มต้นไม่ว่าจะ แพงไปหาถูก หรือถูกไปหาแพง

หรือแพง ไปแพงมาก เกี่ยวข้อง กับความรู้สึก และกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น

เช่น ถ้าราคาถูก คุณจะทำให้คนรู้สึกถึงความเป็นมิตรมากกว่า ราคาที่แพฃที่ให้ความพิเศษ ความพรีเมี่ยม และสร้างกำแพงต่อลูกค้าคุณมากขึ้น

และบางครั้ง การทำราคาที่ถูกลง ก็อาจขะทำให้แบรนด์คุณเสียความน่าเชื่อถือไปเลย ถ้าคุณไม่เข้าใจเรื่องของการตั้งราคาที่ดีพอ

branddna.007

เมื่อกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

หลายๆแบรนด์ ทุกคนก็มักจะเข้าใจกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น

โดยธรรมชาติ ก็มักจะ ปักเป้าที่กลุ่มเป้าหมายกันทั้งนั้น เพื่อที่จะสร้างวิธีการสื่อสารที่ตรง โดนใจ

แต่สิ่งที่หลายๆครั้งแบรนด์มักจะผิดพลาดเวลาตั้งกลุ่มเป้าหมาย แล้วไม่สื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เราจะเห็นได้บ่อยๆ

.

เช่น สายการบินนึง วางกลุ่มเป้าหมายที่กลุ่มชั้นสูง หรือ business class แต่ในการจองตั๋ว โดยเฉพาะระบบการจองตั๋ว ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนกลุ่มนี้ ซึ่งก็มักจะเป็นผู้ช่วยหรือเลขา ที่ทำการจองให้ ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่เคยใช้บริการ ทำให้การที่จะเข้าใจกลุ่มเป้าหมายต่อการใช้งานจึงไม่ตรงกันอย่างที่ควรจะเป็น

.

ดังนั้น วิธีแก้ปัญหา จึงต้องมีการ กำหนด persona หรือ แบบบุคลิกลูกค้าในอุดมคติที่ชัดเจน จะทำให้การทำกลุ่มเป้าหมาย ไม่ลอยไปมา ทำให้แบรนด์สื่อสารตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางถูกต้อง เข้าถึงแท้จริง

งานสร้างสรรค์นวัตกรรมจากคนไทย

ในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเกิดขึ้นมากมายรอบตัวเราแต่สิ่งที่มันเป็นปัญหาก็คือบางทีเราไม่คุ้นเคยว่าแอพพลิเคชั่นนี้เอาไว้ทำอะไรหรือให้เจ้าสิ่งนี้มาแก้ปัญหาเรื่องไหนทำให้เราขาดโอกาสในการได้ทดลองของใหม่ใหม่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นดังนั้นพี่หลายอย่างไม่ได้เสียตังค์มากมายและทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมพัฒนาขึ้นอีกด้วย

ผมอยากจะแนะนำบางส่วนของนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ผมได้ไปเจอมาแล้วก็น่าจะช่วยทำให้หลายหลายคนที่ใช้ชีวิตก็ดีหรือทำธุรกิจก็ดีได้ลองทดลองใช้ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับทางด้านจิตวิทยาการเกษตรหรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มทุกอย่างมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีซึ่งทำโดยคนไทยเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจทั้งสิ้นลองไปดูในลิ้งนะครับ

https://youtu.be/D31Enflr_-g

ความลับที่แสนมีค่าของคำว่า ล้มเหลว

ทุกคนที่อยากจะประสบผลสำเร็จในแบรนด์ตัวเอง แต่ถ้าไม่เคยผิด ไม่เคยล้มเหลว คุณกำลังจะพลาดเรื่องสำคัญ

จากประสบการณ์ที่ผมเห็นหลายคนที่สามารถทำให้ธุรกิจยิ่งขยายใหญ่ขึ้น มากขึ้น

เพราะยอมเรียนรู้ในความล้มเหลวทั้งสิ้น

มีหลายคนเวลาเจอนักธุรกิจ หรือคนทำงานที่เคยล้มเหลวมาก่อนแล้วมักจะไม่ค่อยอยากพูดคุยด้วย และเลือกไปหาคนสำเร็จมากกว่า

แน่นอน คนเหล่านั้น ชื่อเสียงหอมหวาน เรื่องสำเร็จใครก็ชอบฟัง เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากอยู่ใกล้คนสำเร็จ

แต่อยากจะบอกว่าคุณพลาดแล้ว

ในความเป็นจริง สิ่งที่เขากำลังเผชิญ คือ ต้นทางแห่งความสำเร็จชั้นดีเลยล่ะ

เพราะถ้าเขาไปต่อได้ คุณกำลังเจอคนที่กำลังจะประสบผลสำเร็จอย่างมากในอนาคตแน่ๆ

แต่เขาจะต้องรู้ด้วยนะ ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อ ก็คือ เมื่อล้ม เขารีบจัดการในความผิดพลาดนั้น ด้วยการรีบเริ่มต้นใหม่ และนำเอาความล้มเหลว มาเป็นข้อห้ามในการจะทำแบบนั้นอีก

จุดนี้แหล่ะ ที่เป็นความลับอันยิ่งใหญ่

ไม่ว่าคนนั้นๆ จะเป็นคนรอบข้าง หรือคุณเองก็เถอะ

ยิ่งคุณเคยล้มเหลว ในเรื่องที่ยิ่งสำคัญ คุณจะยิ่งกลับมาสำเร็จ เพราะส่วนใหญ่ ทั้งจดจำบทเรียนเหล่านี้ อย่างลึกซึ้ง และเตือนสติตัวเองยิ่งกว่าใครๆ

ถ้าคุณล้มเหลวเรื่องเงิน คุณจะมีบทเรียนที่ดีมากเรื่องเงิน ไม่ว่าการบริการค่าใช้จ่าย หรือการสร้างรายได้ และการดูแล

ถ้าคุณล้มเหลว เรื่องคน คุณจะแสวงหาคนที่ดีกว่าเดิม ตรงเป้ากว่าเดิม

ถ้าคุณล้มเหลวเรื่องการตลาด คุณจะพยายามเรียนรู้อย่างไม่นอมให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งต่อไป

ยิ่งคุณล้มเหลวเรื่องสินค้า ขายไม่ได้ เชย โดนก๊อป โดนคู่แข่งจงใจแกล้ง เอาของคุณไป

เหล่านี้ล้วนเป็นบันไดก้าวข้ามทั้งสิ้น

มันจึงเป็นที่มาของการผลิใบของธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิม

ที่เรียกกันว่า failed fast

แต่เคล็ดลับนี้ มันสำคัญที่คุณจะต้อง จำจดให้ดี และกลับไปทบทวนถึงเหตุผลและการแก้ปัญหาต่อไปด้วยนะ

พวกเจ็บไม่จำก็มีเยอะ

และส่วนใหญ่พวกนี้ คือพวกที่บริหารเงินของคนอื่น

เพราะถ้าเมื่อไหร่คุณบริหารเงินของตัวเอง คุณจะเข้าใจความรู้สึกมันเป็นอย่างดี ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน เมื่อมันพลาดขึ้นมา

ล้มให้เร็ว ลุกให้เร็วกว่า และแกร่งกว่าเดิม จึงจะเป็นบทพิสูจน์ และเคล็ดลับสำคัญของการล้มเหลวขอฃผู้มีชัยชนะในตอนท้าย

Dream Crazy ของ Nike

colin-kaepernick-1280x705

กระแสด้านลบของ Campaign ครบรอบ 30 ปีของ Nike เริ่มไม่เท่

เมื่อผู้คนดูเหมือนจะไม่ค่อยโอเคกับการที่ Nike ออกมาสนับสนุน

Colin Kaepernick ในการเป็น Presenter

โคลิน(Colin) ขอเรียกสั้นๆแบบนี้ เป็นควอเตอร์แบคผิวสี ที่ออกมาต่อต้านการตัดสินคดีที่ไม่ยุติธรรมต่อคนผิวสี ด้วยการแสดงสัญญลักษณ์คุกเข่า ช่วงเคารพเพลงชาติก่อนเริ่มการแข่งขัน

การทำแบบนี้มีทั้งคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะฝั่งไม่เห็นด้วยนั้น มองว่า นี่คือการกระทำที่เกลียดชาติของตัวเอง กระทั่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยออกมาตำหนิการกระทำของเขา หลังจากนั้นทำให้ ตัวโคลินถูกลอยแพ จากทีม และสปอนเซอร์ต่างๆก็ถอน ยกเว้นก็แต่ Nike

nfl-protests-kaepernick-reid-ap-jt-170928_hpMain_5_12x5_992

จริงๆแล้วสิ่งที่ Nike กำลังทำอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ Brand ในทางทฤษฎีถือว่าถูกต้องอย่างที่สุดในการสร้าง  Essence หรือ  DNA ของแบรนด์ เพื่อที่จะเหลือสาวกตัวจริงที่เชื่อมั่นในแบรนด์อย่างแท้จริง แต่หลังจากที่ Fas company ได้ออกมาเปิดเผยยอดสำรวจชาวอเมริกัน เรื่องความชอบแบรนด์ที่ลดลง 34 จุด รวมถึงยอดขายที่ตกลงกว่า 10% ก็ไม่รู้ว่า Nike จะเปลี่ยนจุดยืนหรือไม่

งานนี้ต้องรอดูกันยาวๆว่า Nike จะแก้เกมอย่างไร

colin-kaepernick.jpg

https://www.youtube.com/watch?time_continue=27&v=Fq2CvmgoO7I

https://www.fastcompany.com/90233045/survey-says-nikes-brand-image-has-dropped-because-of-colin-kaepernick-ad?partner=rss&utm_source=facebook.com&utm_medium=social&utm_campaign=rss+fastcompany&utm_content=rss

ปัญหาการทำ personal brand แล้วไม่เวิร์คมัน

ปัญหาหลักๆของคนที่ทำ personal brand แล้วไม่รุ่ง

การทำ personal brand นั้น เดี๋ยวนี้ทุกคนรู้แล้วว่า มีประโยชน์ต่อธุรกิจ

แต่ส่วนใหญ่ มักจะมีปัญหากับตัวเอง กับการดึงตัวเองออกมา ไม่รู้ว่า ตรงไหนจะเป็นจุดสำคัญ และดีเพียงพอต่อการสร้างความน่าสนใจ

ผมรวบรวมข้อที่เป็นปัญหาใหญ่ ประมาณ 5 ข้อที่คนมักจะติด และไปไม่ได้ เรียกว่า ถ้า แก้ปัญหานี้ได้ การสร้าง personal brand ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ในอนาคตต่อธุรกิจ

มาดูข้อปัญหากัน

1. ความชัดเจน ในเรื่องของ เราเป็นใคร จุดแข็ง เราคืออะไร เรามีบุคลิกอย่างไร

จากเท่าที่ผมเห็น ปัญหาในการหาเรื่อง ความสามารถ และจุดแข็ง มักไม่ค่อยเท่าไหร่ ยิ่งคนที่มาจากสายอาชีพ ชัดๆ เช่น คุณหมอ ทนายความ ครู นักดนตรี ศิลปิน คนกลุ่มนี้มีจุดแข็งด้านทักษะ แต่เรื่องของบุคลิกที่นำเสนอนี่แหล่ะ เลือกไม่ได้ หรือเลือกแล้ว ก็ไม่เหมาะกับตัวเอง

2.การเลือกสื่อและเรื่องราว ในการเล่าเพื่อสนับสนุน บุคลิกตัวเอง

คนบางคน ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องสร้างตัวตนบน Facebook ก็ได้

การสร้าง personal brand ไม่จำเป็นจะต้อง ใส่สูท แต่งชุดแพงๆ เสมอไป

การค้นหาบุคลิก และจุดเด่นที่ใช่ คือ คีย์สำคัญ ที่จะระบุได้ว่า ตัวเราเหมาะกับการเล่าเรื่องแบบไหน ใช้สื่ออะไรมากกว่า

บางครั้ง ใช้สัญลักษณ์ที่มีความหมายแทนตัวเรา ก็อาจจะได้พลังมากกว่าที่เอาตัวเราเองออกมาก็เป็นได้ก็ได้

3. ความสม่ำเสมอ

ข้อนี้คือจุดชี้ตายของมือใหม่ ทำ personal brand ช่วง 1-3 เดือนแรก มักจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่หลังจากสามเดือน น้ำที่เคยพุ่งแรง ก็อ่อนลง และก็กลายเป็น หายไปในที่สุด

เวลาและความสม่ำเสมอ คือจุดวัดใจของคนที่ต้องการได้มูลค่า และคุณค่าจากตัวของคุณ

อยากให้คุณลองนึกถึง หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ หรือ รายการทีวี ที่ออกอากาศในเวลานั้น ซ้ำๆ จนคนจำได้ คุ้นเคย คุณก็ต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน

4.ทักษะการนำเสนอตัวตนของเรา

การฝึกฝนทักษะในการสื่อสารการทำ personal brand นั้น ดีที่สุด ต้องเริ่มที่ตัวเรา ตั้งแต่ แนวคิด เป้าหมาย และสิ่งที่เราอยากสื่อสาร

การเลือกประเภทที่จะใช้สื่อสาร

เช่น คุณชอบเขียน ก็เขียนให้ดี

Post เรื่องที่คุณต้องคิดว่าน่าสนใจ และเป็นประเด็นที่คนอยากอ่าน และทำซ้ำๆ

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะเกิดจากเรื่องที่เราทำในสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอนี่แหละ

5.การวางแผน จุดพีคสุด ในการทำ personal brand ก็คือแผน และเป้าหมาย

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ passion ในการทำแบรนด์ของคุณไม่มีเป้าหมาย มันก็เป็นได้แค่งานอดิเรก ทำไปแบบดุ่ยๆ ไม่ศึกษาคนอื่นที่ทำ หรือคู่แข่ง ว่าเขาทำอะไร

การได้มีคู่แข่ง จะเป็นตัวที่ทำให้คุณจะต้องพัฒนาตัวเองไม่หยุด ดังนั้น จงหาคู่แข่งเสีย

การมีเป้าหมายอย่างตั้งใจ จะทำให้คุณมองไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง และรู้ว่าเรากำลังไปถึงไหนและขาดอะไร

จากประสบการณ์ผม คนที่ไม่มีเป้าหมาย ท้ายที่สุดก็จะจบลงที่ไม่เกิน 1 ปี ยิ่งธุรกิจของคุณมีคู่แข่งมากเท่าไหร่ การแข่งขันก็ยิ่งสูง ชนะได้ในช่วงแรกไม่ได้หมายถึงชัยชนะในระยะยาว ดังนั้น การมีแผนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าคุณอยากจะทำ personal brand อย่างมีเป้าหมายในเชิงพาณิชย์ ผมแนะนำว่าคุณควรหาคนที่มีประสบการณ์ไว้คอยให้คำปรึกษาสักคน โดยเฉพาะการใช้สื่อด้านออนไลน์ เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้น รวดเร็วเสมอ สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ตกยุคไปแล้วในเวลาข้างหน้าเพียงแปบเดียว

ขอให้สนุกกับการทำแบรนด์ของตัวเองครับ

เมื่อเฟสบุ้คกำลังปล้นสมบัติของเรา

Tags

, , ,

apps-browser-business-479356.jpg

.
คนที่เคยทำการตลาดยุคดิจิตอลช่วงแรกๆ คงจะจำได้ ว่าเฟสบุ้ค เข้ามาทดแทน hi5 และ MySpace (อันที่จริงผมชอบ MySpace มากๆ ทุกวันนี้ก็ยังเสียดาย) ในช่วงแรกๆ การเชื่อมโยงเป็นการเน้นไปในแนว สถาบัน ซะเป็นหลัก เช่น ค้นหาเพื่อนจบจากที่เดียวกะเรา จนพัฒนาไปถึงค้นหาลูกค้าแบรนด์ต่างๆ และสร้างเพจเพื่อค้าขาย

.
จากแต่เดิมที่เคยเห็น 100 % ทุกวันนี้ เฟสบุ้ค ได้เริ่มต้นปล้นเงินคนทำธุรกิจไปมาก ผมเห็นหลายๆคน หมดเงินกับการซื้อแอด เดือนๆนึง หลายแสน เพื่อหวังจะสร้างเป็น media ของตนเอง และกลับมาพบว่า เฟสบุ้คก็ได้ล้อค media ของคุณ โดยจำกัดวงการมองเห็นโดยที่เจ้าของเพจได้แต่มองตาปริบๆ
การที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเคยเชื่อมาตลอดว่า นี่คือ เครื่องมือที่อยู่เคียงข้าง digital คือคำตอบเริ่มไม่ใช่อีกต่อไปสำหรับผม ในทางตรงกันข้าม นี่อาจจะเป็นเครื่องมือในการทำลายแบรนด์ของคุณก็ได้ หากคุณไม่รู้เท่าทันให้มากพอ และไม่ระมัดระวังการใช้งานให้ดี

.
การเอาข้อมูลทุกอย่างด้วยการผูกติดกับระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มใดอันนึง ก็เท่ากับเป็นการเปิดหลังบ้านให้ใครก็ได้เข้ามาดูความเป็นไปของคุณ อย่างทุกวันนี้คุณจะเห็นว่า เฟสบุ้ครู้ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ทำกิจกรรมอะไร ความฉลาดของอุปกรณ์เหล่านี้มากับการดูดสิ่งที่เป็นข้อมูลเพื่อเอาไปขายให้กับใครก็ได้ที่ต้องการ ต่อให้เป็นคู่แข่งคุณ

.
ในวันที่จีนเองก็ปกป้องการค้า และเศรษฐกิจด้วยการมีแพลตฟอร์มที่เรียกว่า อาลีบาบา เพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียว คือการอ้าขารับทุกอย่างของคนละโมบ ไม่ต่างจากโสเภณีที่ที่อ้าขารอ เพื่อหวังเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวโปรยเงินให้เมื่อสมอารมณ์หมาย
.

Platform ของการทำการตลาดในออนไลน์นั้นมีหลากหลายแบบ เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแพลตฟอร์มใดเพียงอย่างเดียว จริงอยู่เฟสบุ้คนั้นมีจำนวนคนใช้งานมากมายกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายถึง Website หรือ Youtube รวมทั้ง Line จะไร้ประสิทธิภาพ

แต่สิ่งที่เราต้องมีในใจคือการทำ Marketing Cost ที่ให้เห็นถึงการใช้เงิน ของทั้ง คอนเท้นและมีเดีย รวมถึงการเปรียบเทียบกับ Media อื่นๆ แม้กระทั่ง ของดั้งเดิมอย่าง Email หรือโบรชัวร์ ซึ่งบางครั้งเราก็ยังประมาทไม่ได้หากรู้จักใช้ให้เป็น

อย่าเพิ่งฝากชีวิตไว้กับออนไลน์เสียทั้งหมดนะครับ

7 ข้อของ Brand direction ที่คุณต้องจำในการทำแบรนด์

7 ข้อสำคัญต่อการทำแบรนด์ที่มองข้ามไม่ได้

1.สร้างสินค้าหรือบริการที่เป็นของเรา

จริงๆ ทุกวันนี้ การทำสินค้าหรือบริการสามารถลอกเลียนกันได้ง่ายมาก แต่สิ่งที่มาจากตัวตน ความคิดของเราที่ไม่ได้ไล่ตาม trend จะเป็นวิธีที่สร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน ดังนั้น คุณจงหาแบรนด์ของคุณที่แท้จริงจากจุดเริ่มต้นนี้

การเริ่มต้น ให้ลองเริ่มจาก คุณคือใคร คุณทำอะไร คุณมีจุดแข็งตรงไหน อะไรคือประโยชน์ของสินค้าและบริการ หรืออะไรคือคือจุดแข็งของแบรนด์คุณ

การพัฒนา หาสิ่งที่คนอื่นเลียนแบบได้ยาก เก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ให้เป็นของแบรนด์คุณเพียงคนเดียว ไม่ลืมที่จะจดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครอง

2.สื่อสารอย่างจริงใจ

ไม่ว่าคุณจะมีข้อตำหนิ หรือความไม่สมบูรณ์แบบตรงไหน กล้าที่จะยอมรับ และสื่อสารอย่างจริงใจ ดีกว่ากลบมันไว้

จะทำให้ลูกค้าสบายใจว่าคุณมีความจริงใจต่อเขาอย่างแท้จริง

การสื่อสารให้ดูที่คอนเท้นท์และ touchpoint ต่างๆ ว่าแบบไหนที่เหมาะสม ไม่ยัดเยียดมากจนเกินไปหรือละเลย การเลือกช่องทางที่เหมาะกับจริตของแบรนด์มีส่วนสำคัญมาก

3.อย่ากลัวการลองอะไรแปลกใหม่

การออกไปค้นหาสิ่งแปลกใหม่เป็นเรื่องที่ต้องได้ทำเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดที่สูงกว่าเดิม ไม่ว่าวันนี้ โลกกำลังพูดถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี ลองดูว่าเราจะเติมอะไรลงไปได้บ้าง เพื่อคุณค่าของแบรนด์

ในปัจจุบันแบรนด์เดินทางไปในโลกของ Digital และ Ai คุณต้องไม่ละเลยที่จะเข้าไปค้นหา เพราะในอนาคตคุณอาจจะสามารถสร้างคุณค่าจากสิ่งเหล่านี้

4.อย่าละเลยการสื่อสารแบรนด์

ต้องทำอย่าสม่ำเสมอและเชื่อใจได้ พยายามพูดให้ง่ายที่สุด และต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจได้

การสื่อสารที่สม่ำเสมอและสามารถพูดคุยสำคัญต่อการทำการตลาดเป็นอย่างยิ่ง ถ้าแบรนด์ของคุณสื่อออกไปแต่ไม่ได้สารกลับมา แสดงว่า การพูดของแบรนด์คุณอาจจะมีปัญหา

ความถี่ในการสื่อสารนั้นก็สำคัญ อย่าห่างหรือน้อยจนเกินไปจนทิ้งโอกาสให้คู่แข่งแย่งลูกค้าไปจากคุณ

5.ให้เขาจำเราได้ด้วยภาพที่ถูกต้อง

หลายคนสร้างภาพจำของแบรนด์ที่ไม่ตรงกับตัวตนที่ตัวเองเป็น

ข้อนี้คือข้อที่ฆ่าแบรนด์มานักต่อนัก

บางคนแบรนด์คุณภาพดีมาก แต่กลับละเลยปล่อยให้ภาพทำให้แบรนด์ราคาถูก

ในขณะที่หลายคนเข้าใจผิดว่า แบรนด์ต้องแพง ทั้งๆที่สินค้านั้นขายของราคาบ้านๆ

ข้อควรจำอย่างง่าย เลือก ภาพจำให้ตรงกับตัวตน

6.ทำให้มากกว่าที่คาดหวัง

การบริหารความคาดหวัง เป็นวิธีการที่สำคัญต่อการไปต่อของแบรนด์ ถ้าลูกค้า เข้ามาหาคุณ แล้วคุณสามารถ ทำให้เขา ว้าวได้ทุกครั้ง ตั้งแต่คุณภาพสินค้า ราคา การบริการ หรือแม้แต่ การเอาใจใส่

นั่นคือการสร้างความแน่นปึ้กที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจยาก

7.อย่าหวังให้ทุกคนชอบแบรนด์เรา

ยิ่งคุณพยายามเอาใจทุกกลุ่มเมื่อไหร่ ตัวตนคุณยิ่งสูญเสียเท่านั้น

ไม่มีแบรนด์ไหนในโลกนี้ที่สามารถชนะใจคนทุกคนได้ ยิ่งคุณชัดเจนมากเท่าไหร่ ทำใจเถอะ จะมีคนที่ไใ่ชอบแบรนด์คุณมากๆเช่นกัน แต่นั่นแหล่ะ คุณกำลังมาถูกทาง

แบรนด์ดังๆหลายแบรนด์ เช่น ทีมฟุตบอลอย่าง Manchester United มีคนเกลียดมากมาย แต่นั่นยิ่งทำให้แฟนของทีมยิ่งต้องศรัทธามากขึ้นและมีความรักในทีมมากขึ้น

การทำแบรนด์ นั้นต้องใช้เวลาและความอดทน มันยาก แต่ก็ไม่ได้ว่าทุกคนจะทำไม่ได้ แต่คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและความตั้งใจจริง

Brand Image ที่สร้างมาจากข้างใน

Tags

, , , , , , ,

การสร้าง personal brand นั้น Brand image มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งครับ

และการสร้าง Brand image หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแรงนั้น

ต้องมาจากสิ่งที่อยู่จากตัวตนของเราภายใน

ตัวอย่างที่น่าสนใจอีกคนนึงก็คือ ศิลปินที่ชื่อ Yuja Wang ครับ

เธอคนนี้เป็นนักเปียโนสายคลาสสิค ที่เก่งและกล้าสามารถอย่างยิ่ง

เก่งก็คือ เธอฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่เด็กๆครับ เริ่มเล่นเปียนโนตอน 6 ขวบ

พอ 7 ขวบก็เรียนใน beijing Conservatory of Music และก็ได้เข้าร่วม

Music Festival ตั้งแต่ อายุ 11 ขวบ เรียกว่าเด็กสุด

อายุ 15 ก็เข้าเรียนที่ Philadelphiaใน อเมริกา และพอถึง อายุ 21 เธอก็กลายเป็นนักเปียโน

ที่ผ่านการแสดงไปตามที่ต่างๆมาแล้วทั่วโลก

แต่สิ่งที่นอกเหนือไปจากความเก่งแบบพวกเด็กเทพมาเกิด ก็คือการแต่งตัวของเธอนี่เหล่ะ

การแต่งตัวของ Yuja Wang (อ่านว่า ยูจาวัง) ต้องเรียกว่ามันขัดแย้งกับภาพลักษณ์วงการคลาสสิค

ที่ต้องมีความ เรียบหรู มิดชิดเป็นอย่างยิ่ง

นักนักวิจารณ์เองและสื่อก็เคยวิจารณ์การแต่งตัวของเธอว่ามันช่างไม่ไปกับความหรูหราและสง่างามของเพลง

แบบคลาสสิคเอาซะเลย บางคนถึงขนาดต่อว่าว่าเธอทำให้วงการเพลงคลาสสิคต้องตกต่ำด้วยซ้ำ

แต่เธอก็ตอบกลับด้วยผลงาน การเล่นและฝีมือที่ยอดเยี่ยมอลังการงานสร้าง โดยที่ทุกคนก็ต้องยอมรับจริงๆ

ว่าเธอนั้นเก่งจริงๆ รอบการแสดงในแต่ละครั้งที่เธอไปเล่นนั้น บัตร Sold out โดยส่วนใหญ่

และยิ่งการแต่งตัวที่ร้อนแรงแบบ Sexy แบบไม่กลัวจิ๊มิหลุดแบบเธอยิ่งสร้างความน่าสนใจ

ขึ้นอีกมาก

เธอเคยพูดถึงการแต่งตัวของเธอว่า จริงๆให้เธอแต่งแบบปรกติก็คงได้ แต่เธอนั้นรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง

ในใจเธอ ความรู้สึกเธอมันเรียกร้อง ให้กล้าแตกต่าง ไม่แคร์ ไม่กลัวกลับเสียงวิจารณ์ แต่ขอที่จะเป็นตัวของตัวเอง เพราะคุณค่าของเธอมีมากพอจากความสามารถที่เราต้องยอมรับ

และเมื่อเธอแต่งตัวแบบเซกซี่แบบนี้ เธอกลับรู้สึกสบายใจและมั่นใจกว่า และก็ทำให้การแสดงของเธอออกมาได้อย่างเต็มที่อีกด้วย มันจึงกลายเป็นตัวตนที่แตกต่าง แบบที่มาจากข้างในของเธอจริงๆ

สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากเธอก็คือ ก่อนที่คุณจะสร้าง ภาพลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ

คุณต้องมีความสามารถและความเก่งกาจที่แท้จริงด้วยนะครับ อย่ามองเพียงแค่สิ่งที่อยู่ข้างนอกอย่างเดียว

เพราะมีนักเปียโนที่แต่งตัว เซกซี่มากมายแต่สุดท้ายก็ได้แต่เล่นโชว์ใน  Youtube ให้เราดูเพลินๆ แต่ไม่สามารถสร้าง Image ตัวเองให้โดดเด่นจนเป็นที่กล่าวขวัญได้แบบเธอ เพราะความสามารถไม่ถึงนั่นเอง

อย่างนักเปียโนคนนี้ เธอก็เก่งพอตัวนะครับ Sexy ด้วย ชื่อว่า LOLA แบบเดียวกับ Yuja Wang เลย แต่ความดังนั้นยังห่างกับเธอหลายช่วงเลยทีเดียว เพราะเรื่องนี้สุดท้ายว่ากันด้วยฝีมือครับ

small.jpg

ยังไงในเรื่องของ brand Image ที่บอกบุคลิกเรานั้น สำคัญว่าต้องมีความสามารถด้วยนะครับมันถงึจะส่งสเริมให้แบรนด์ตัวตนเราแตกต่างจริงๆ

 

Micro targeting marketing

Ad ของ vsoy ทำให้เราเห็นการตลาดที่เริ่มเจาะเข้าไปที่ target เฉพาะเจาะตจงมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่ม target สว ความกลัวคือ หัวใจหลักของจิตวิทยาสื่อสาร

แต่ที่น่าสนใจคือ การสื่อสารที่กลุ่มอายุ 45 ปี เท่านั้น

ไม่เหวี่ยงกว้างเหมือนก่อนเก่า

ทำให้ผู้รับสารกลุ่มนี้จะถูกกระตุ้นเน้นๆ

และไม่ใช่ 45 ที่จะไม่เข้าถึง

มากกว่าหรือน้อยกว่าที่มีปัญหาหรือต้องระวังก็จะถูกลากมาให้สนใจเช่นเดียวกัน

ในต่างประเทศการทำ micro target เป็นเทคนิคการทำการตลาดที่ใช้มาสักนะยะนึงแล้ว

แล้วก็ได้ผลอย่างยิ่งในการทำการสื่อสาร เพราะสามารถออกแบบ คอนเท้นให้ออกมาอย่างตรงใจ ตรงทางมากกว่าเหวี่ยงแห

ดังนั้น การสื่อสารแบบนี้ จะทำให้เกิด การสร้าง bonding ต่อกลุ่ม target ได้ผลชะงัด

เรียกว่า เล็กแต่ ลึก