เคล็ดลับ 2 Sided-Platform ที่ทำให้แบรนด์ดัง

Featured

Tags

, , , ,

brandchatz 2side.001.jpeg

#มีคนถามว่าแบรนด์ธุรกิจแบบไหนเป็นช่วงขาขึ้นที่สุด
ส่วนตัวผมอยากจะบอกว่า ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์แบบสองด้านนี่แหล่ะ(Two-sided online Platform) มาแรงและปั๊มเงินได้เยอะสุดแล้ว(Growth hacking)
แบรนด์ดังๆ ก็ AirBnB, Etsy,Uber,Grab และอีกหลายๆแบรนด์ในปัจจุบันก็หันมาทำรูปแบบนี้มากมาย อย่างเมืองไทยก็ Fastwork.co,wongnai พวกนี้เป็นต้น
 
ข้อสังเกตุของธุรกิจแพลตฟอร์มแบบนี้ที่น่าสนใจคือ
1.รวบรวมทั้งสองด้านก็คือ ฝั่งคนให้บริการ และฝั่งคนหาบริการเข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน
2.มีการจัดการเรื่องของ Search keyword ที่ครบถ้วนตามความต้องการในการซื้อและการขาย ใครใครซื้อก็ซื้อ ใครใคร่ขายก็ขายเลือกได้
3.มีรูปแบบที่ทันสมัยและlifestyle การใช้งานนั้นตรงกับคนในปัจจุบันที่ต้องการที่รวมเพื่อให้เราได้หาทุกสิ่งอย่างในที่ที่เดียว
 
แต่กลยุทธ์ที่สำคัญของทุกแบรนด์ก็คือ คุณจะหาจุด ขยาย หรือ Growth hacking ให้เจอในวิธีการใดแและแบบไหน จนกลายเป้นธุรกิจระดับหลักรอ้ยล้าน 1,000 ล้าน
 
สิ่งที่เป็น Key Success Factor ของธุรกิจคือเรื่องนี้
แต่สิ่งที่เป้น Key success Factor ของการสร้างแบรนด์มักจะอยู่ตรงที่
 
1. คุณค่าร่วม Share value ที่ทุกคนได้ประโยชน์จากคุณ ไม่ว่า ถูกลง แก้ปัญหาได้ ใช้ง่าย เร็ว หรือ บลาบลาบลา
 
ข้อ 2. ข้อนี้สำคัญ ก็คือ ความเท่ ความแปลกใหม่ และความมีกึ๋นของ แบรนด์ที่แสดงออกมาในพฤติกรรมและบุคลิก
======
ผมอยากจะเอาข้อมูลการ Growth hacking ของ Airbnb ที่ได้จากการใช้ Database ของ Craiglist
มาให้อ่านเป็นไอเดียครับ (Craigslist เป็นเครือข่ายชุมชนออนไลน์ โดยให้บริการในการประกาศขายของออนไลน์ หางาน สมัครงาน หาคู่ และเป็น เวปบอร์ด พูดคุยในหลายๆด้าน
===================

Airbnb รู้ผ่านการวิจัยตลาดและประสบการณ์ของตนเองว่า Craigslist เป็นสถานที่

ที่ซึ่งผู้ที่ต้องการสิ่งอื่นนอกเหนือจากประสบการณ์ในโรงแรมระดับมาตรฐานมองหารายชื่อ

คำอื่น ๆ ตลาดเป้าหมายของ Airbnb

เพื่อที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ Airbnb ได้นำเสนอผู้ใช้ที่ระบุคุณสมบัติบน Airbnb

โอกาสที่จะโพสต์ไปยัง Craigslist ได้เป็นอย่างดีแม้จะมีข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีทางทำนองคลองธรรมก็ตาม

Craigslist ให้ทำเช่นนั้น แม้ว่าจะค่อนข้างง่ายในการมองย้อนหลังการดำเนินการไม่ได้ง่าย

ในสาระสำคัญ Craigslist บันทึกข้อมูลรายชื่อโดยใช้ URL ที่ไม่ซ้ำมากกว่าคุกกี้ เพราะว่า

 Airbnb สามารถสร้าง botb เพื่อเข้าชม Craigslist ขัดขวาง URL ที่ไม่ซ้ำกันป้อนข้อมูลรายชื่อและ

ส่งต่อ URL ไปยังผู้ใช้เพื่อเผยแพร่ ด้านอื่น ๆ ของการรวมกลุ่มนี้ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายอีกด้วย

บอทยังต้องกรอกหมายเลขของรูปแบบที่ง่ายที่สุดคือประเภท Craigslist ภูมิภาคที่เฉพาะเจาะจงได้รับการพิสูจน์

เนื่องจาก Craigslist มี Craigslist หลายรุ่นหลายร้อยรุ่นซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า

อื่น ๆ เช่นภูมิภาคย่อยๆภายในภูมิภาคสำหรับ Bay Area และอีกหนึ่ง Craigslist สำหรับทั้งโดเมน

รัฐเมน ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นเชคทุก Craigslist และขูดชื่อและรหัสสำหรับทุกภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับอีเมลที่ไม่ระบุตัวตนที่ได้รับมอบหมายจาก Craigslist ฟังก์ชั่นนี้มี

ที่จะปิดและแทนที่ด้วยการเชื่อมโยงไปยังรายชื่อ Airbnb และเพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวโดดเด่น

ระหว่างค่าโดยสาร Craigslist มาตรฐานการสนับสนุน HTML ของแพลตฟอร์มที่ จำกัด ต้องได้รับการพิจารณา

ประโยชน์ของการรวม Airbnb-Craigslist เป็นจำนวนมาก ไม่เพียง แต่เป็นปริมาณที่แท้จริงเท่านั้น

ของศักยภาพที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Craigslist แต่ที่จริง Airbnblistings อื่น ๆ

คุณสมบัติที่พร้อมใช้งานมากขึ้นส่วนบุคคลมีคำอธิบายที่ดีขึ้นและภาพถ่ายที่สวยงามยิ่งขึ้นทำให้พวกเขาได้มากขึ้น

ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ Craigslist ที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน

เมื่อผู้ใช้ Craigslist ทำการสลับผู้ใช้เหล่านี้มักจะไม่สนใจ Craigslist และหนังสือ

ผ่าน Airbnb ในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่มีคุณสมบัติอยู่ใน Airbnb ด้วย

ทำรายได้มากขึ้นในรายการของพวกเขาซึ่งทำให้พวกเขาใช้บริการอีกครั้งและอีกครั้ง

=======================

เป็นส่วนหนึ่งที่ผมทำการแปลและคัดลอกมาจาก Case ของ Harvard business School

Credit:ขอบคุณน้อง จูน แห่ง Metta group ครับสำหรับ Case  😀

เมื่อเฟสบุ้คกำลังปล้นสมบัติของเรา

Tags

, , ,

apps-browser-business-479356.jpg

.
คนที่เคยทำการตลาดยุคดิจิตอลช่วงแรกๆ คงจะจำได้ ว่าเฟสบุ้ค เข้ามาทดแทน hi5 และ MySpace (อันที่จริงผมชอบ MySpace มากๆ ทุกวันนี้ก็ยังเสียดาย) ในช่วงแรกๆ การเชื่อมโยงเป็นการเน้นไปในแนว สถาบัน ซะเป็นหลัก เช่น ค้นหาเพื่อนจบจากที่เดียวกะเรา จนพัฒนาไปถึงค้นหาลูกค้าแบรนด์ต่างๆ และสร้างเพจเพื่อค้าขาย

.
จากแต่เดิมที่เคยเห็น 100 % ทุกวันนี้ เฟสบุ้ค ได้เริ่มต้นปล้นเงินคนทำธุรกิจไปมาก ผมเห็นหลายๆคน หมดเงินกับการซื้อแอด เดือนๆนึง หลายแสน เพื่อหวังจะสร้างเป็น media ของตนเอง และกลับมาพบว่า เฟสบุ้คก็ได้ล้อค media ของคุณ โดยจำกัดวงการมองเห็นโดยที่เจ้าของเพจได้แต่มองตาปริบๆ
การที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเคยเชื่อมาตลอดว่า นี่คือ เครื่องมือที่อยู่เคียงข้าง digital คือคำตอบเริ่มไม่ใช่อีกต่อไปสำหรับผม ในทางตรงกันข้าม นี่อาจจะเป็นเครื่องมือในการทำลายแบรนด์ของคุณก็ได้ หากคุณไม่รู้เท่าทันให้มากพอ และไม่ระมัดระวังการใช้งานให้ดี

.
การเอาข้อมูลทุกอย่างด้วยการผูกติดกับระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มใดอันนึง ก็เท่ากับเป็นการเปิดหลังบ้านให้ใครก็ได้เข้ามาดูความเป็นไปของคุณ อย่างทุกวันนี้คุณจะเห็นว่า เฟสบุ้ครู้ว่าคุณจะเดินทางไปไหน ทำกิจกรรมอะไร ความฉลาดของอุปกรณ์เหล่านี้มากับการดูดสิ่งที่เป็นข้อมูลเพื่อเอาไปขายให้กับใครก็ได้ที่ต้องการ ต่อให้เป็นคู่แข่งคุณ

.
ในวันที่จีนเองก็ปกป้องการค้า และเศรษฐกิจด้วยการมีแพลตฟอร์มที่เรียกว่า อาลีบาบา เพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียว คือการอ้าขารับทุกอย่างของคนละโมบ ไม่ต่างจากโสเภณีที่ที่อ้าขารอ เพื่อหวังเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวโปรยเงินให้เมื่อสมอารมณ์หมาย
.

Platform ของการทำการตลาดในออนไลน์นั้นมีหลากหลายแบบ เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับแพลตฟอร์มใดเพียงอย่างเดียว จริงอยู่เฟสบุ้คนั้นมีจำนวนคนใช้งานมากมายกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายถึง Website หรือ Youtube รวมทั้ง Line จะไร้ประสิทธิภาพ

แต่สิ่งที่เราต้องมีในใจคือการทำ Marketing Cost ที่ให้เห็นถึงการใช้เงิน ของทั้ง คอนเท้นและมีเดีย รวมถึงการเปรียบเทียบกับ Media อื่นๆ แม้กระทั่ง ของดั้งเดิมอย่าง Email หรือโบรชัวร์ ซึ่งบางครั้งเราก็ยังประมาทไม่ได้หากรู้จักใช้ให้เป็น

อย่าเพิ่งฝากชีวิตไว้กับออนไลน์เสียทั้งหมดนะครับ

7 ข้อของ Brand direction ที่คุณต้องจำในการทำแบรนด์

7 ข้อสำคัญต่อการทำแบรนด์ที่มองข้ามไม่ได้

1.สร้างสินค้าหรือบริการที่เป็นของเรา

จริงๆ ทุกวันนี้ การทำสินค้าหรือบริการสามารถลอกเลียนกันได้ง่ายมาก แต่สิ่งที่มาจากตัวตน ความคิดของเราที่ไม่ได้ไล่ตาม trend จะเป็นวิธีที่สร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน ดังนั้น คุณจงหาแบรนด์ของคุณที่แท้จริงจากจุดเริ่มต้นนี้

การเริ่มต้น ให้ลองเริ่มจาก คุณคือใคร คุณทำอะไร คุณมีจุดแข็งตรงไหน อะไรคือประโยชน์ของสินค้าและบริการ หรืออะไรคือคือจุดแข็งของแบรนด์คุณ

การพัฒนา หาสิ่งที่คนอื่นเลียนแบบได้ยาก เก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ให้เป็นของแบรนด์คุณเพียงคนเดียว ไม่ลืมที่จะจดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครอง

2.สื่อสารอย่างจริงใจ

ไม่ว่าคุณจะมีข้อตำหนิ หรือความไม่สมบูรณ์แบบตรงไหน กล้าที่จะยอมรับ และสื่อสารอย่างจริงใจ ดีกว่ากลบมันไว้

จะทำให้ลูกค้าสบายใจว่าคุณมีความจริงใจต่อเขาอย่างแท้จริง

การสื่อสารให้ดูที่คอนเท้นท์และ touchpoint ต่างๆ ว่าแบบไหนที่เหมาะสม ไม่ยัดเยียดมากจนเกินไปหรือละเลย การเลือกช่องทางที่เหมาะกับจริตของแบรนด์มีส่วนสำคัญมาก

3.อย่ากลัวการลองอะไรแปลกใหม่

การออกไปค้นหาสิ่งแปลกใหม่เป็นเรื่องที่ต้องได้ทำเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดที่สูงกว่าเดิม ไม่ว่าวันนี้ โลกกำลังพูดถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี ลองดูว่าเราจะเติมอะไรลงไปได้บ้าง เพื่อคุณค่าของแบรนด์

ในปัจจุบันแบรนด์เดินทางไปในโลกของ Digital และ Ai คุณต้องไม่ละเลยที่จะเข้าไปค้นหา เพราะในอนาคตคุณอาจจะสามารถสร้างคุณค่าจากสิ่งเหล่านี้

4.อย่าละเลยการสื่อสารแบรนด์

ต้องทำอย่าสม่ำเสมอและเชื่อใจได้ พยายามพูดให้ง่ายที่สุด และต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจได้

การสื่อสารที่สม่ำเสมอและสามารถพูดคุยสำคัญต่อการทำการตลาดเป็นอย่างยิ่ง ถ้าแบรนด์ของคุณสื่อออกไปแต่ไม่ได้สารกลับมา แสดงว่า การพูดของแบรนด์คุณอาจจะมีปัญหา

ความถี่ในการสื่อสารนั้นก็สำคัญ อย่าห่างหรือน้อยจนเกินไปจนทิ้งโอกาสให้คู่แข่งแย่งลูกค้าไปจากคุณ

5.ให้เขาจำเราได้ด้วยภาพที่ถูกต้อง

หลายคนสร้างภาพจำของแบรนด์ที่ไม่ตรงกับตัวตนที่ตัวเองเป็น

ข้อนี้คือข้อที่ฆ่าแบรนด์มานักต่อนัก

บางคนแบรนด์คุณภาพดีมาก แต่กลับละเลยปล่อยให้ภาพทำให้แบรนด์ราคาถูก

ในขณะที่หลายคนเข้าใจผิดว่า แบรนด์ต้องแพง ทั้งๆที่สินค้านั้นขายของราคาบ้านๆ

ข้อควรจำอย่างง่าย เลือก ภาพจำให้ตรงกับตัวตน

6.ทำให้มากกว่าที่คาดหวัง

การบริหารความคาดหวัง เป็นวิธีการที่สำคัญต่อการไปต่อของแบรนด์ ถ้าลูกค้า เข้ามาหาคุณ แล้วคุณสามารถ ทำให้เขา ว้าวได้ทุกครั้ง ตั้งแต่คุณภาพสินค้า ราคา การบริการ หรือแม้แต่ การเอาใจใส่

นั่นคือการสร้างความแน่นปึ้กที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจยาก

7.อย่าหวังให้ทุกคนชอบแบรนด์เรา

ยิ่งคุณพยายามเอาใจทุกกลุ่มเมื่อไหร่ ตัวตนคุณยิ่งสูญเสียเท่านั้น

ไม่มีแบรนด์ไหนในโลกนี้ที่สามารถชนะใจคนทุกคนได้ ยิ่งคุณชัดเจนมากเท่าไหร่ ทำใจเถอะ จะมีคนที่ไใ่ชอบแบรนด์คุณมากๆเช่นกัน แต่นั่นแหล่ะ คุณกำลังมาถูกทาง

แบรนด์ดังๆหลายแบรนด์ เช่น ทีมฟุตบอลอย่าง Manchester United มีคนเกลียดมากมาย แต่นั่นยิ่งทำให้แฟนของทีมยิ่งต้องศรัทธามากขึ้นและมีความรักในทีมมากขึ้น

การทำแบรนด์ นั้นต้องใช้เวลาและความอดทน มันยาก แต่ก็ไม่ได้ว่าทุกคนจะทำไม่ได้ แต่คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและความตั้งใจจริง

Brand Image ที่สร้างมาจากข้างใน

Tags

, , , , , , ,

การสร้าง personal brand นั้น Brand image มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งครับ

และการสร้าง Brand image หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแรงนั้น

ต้องมาจากสิ่งที่อยู่จากตัวตนของเราภายใน

ตัวอย่างที่น่าสนใจอีกคนนึงก็คือ ศิลปินที่ชื่อ Yuja Wang ครับ

เธอคนนี้เป็นนักเปียโนสายคลาสสิค ที่เก่งและกล้าสามารถอย่างยิ่ง

เก่งก็คือ เธอฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่เด็กๆครับ เริ่มเล่นเปียนโนตอน 6 ขวบ

พอ 7 ขวบก็เรียนใน beijing Conservatory of Music และก็ได้เข้าร่วม

Music Festival ตั้งแต่ อายุ 11 ขวบ เรียกว่าเด็กสุด

อายุ 15 ก็เข้าเรียนที่ Philadelphiaใน อเมริกา และพอถึง อายุ 21 เธอก็กลายเป็นนักเปียโน

ที่ผ่านการแสดงไปตามที่ต่างๆมาแล้วทั่วโลก

แต่สิ่งที่นอกเหนือไปจากความเก่งแบบพวกเด็กเทพมาเกิด ก็คือการแต่งตัวของเธอนี่เหล่ะ

การแต่งตัวของ Yuja Wang (อ่านว่า ยูจาวัง) ต้องเรียกว่ามันขัดแย้งกับภาพลักษณ์วงการคลาสสิค

ที่ต้องมีความ เรียบหรู มิดชิดเป็นอย่างยิ่ง

นักนักวิจารณ์เองและสื่อก็เคยวิจารณ์การแต่งตัวของเธอว่ามันช่างไม่ไปกับความหรูหราและสง่างามของเพลง

แบบคลาสสิคเอาซะเลย บางคนถึงขนาดต่อว่าว่าเธอทำให้วงการเพลงคลาสสิคต้องตกต่ำด้วยซ้ำ

แต่เธอก็ตอบกลับด้วยผลงาน การเล่นและฝีมือที่ยอดเยี่ยมอลังการงานสร้าง โดยที่ทุกคนก็ต้องยอมรับจริงๆ

ว่าเธอนั้นเก่งจริงๆ รอบการแสดงในแต่ละครั้งที่เธอไปเล่นนั้น บัตร Sold out โดยส่วนใหญ่

และยิ่งการแต่งตัวที่ร้อนแรงแบบ Sexy แบบไม่กลัวจิ๊มิหลุดแบบเธอยิ่งสร้างความน่าสนใจ

ขึ้นอีกมาก

เธอเคยพูดถึงการแต่งตัวของเธอว่า จริงๆให้เธอแต่งแบบปรกติก็คงได้ แต่เธอนั้นรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง

ในใจเธอ ความรู้สึกเธอมันเรียกร้อง ให้กล้าแตกต่าง ไม่แคร์ ไม่กลัวกลับเสียงวิจารณ์ แต่ขอที่จะเป็นตัวของตัวเอง เพราะคุณค่าของเธอมีมากพอจากความสามารถที่เราต้องยอมรับ

และเมื่อเธอแต่งตัวแบบเซกซี่แบบนี้ เธอกลับรู้สึกสบายใจและมั่นใจกว่า และก็ทำให้การแสดงของเธอออกมาได้อย่างเต็มที่อีกด้วย มันจึงกลายเป็นตัวตนที่แตกต่าง แบบที่มาจากข้างในของเธอจริงๆ

สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากเธอก็คือ ก่อนที่คุณจะสร้าง ภาพลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ

คุณต้องมีความสามารถและความเก่งกาจที่แท้จริงด้วยนะครับ อย่ามองเพียงแค่สิ่งที่อยู่ข้างนอกอย่างเดียว

เพราะมีนักเปียโนที่แต่งตัว เซกซี่มากมายแต่สุดท้ายก็ได้แต่เล่นโชว์ใน  Youtube ให้เราดูเพลินๆ แต่ไม่สามารถสร้าง Image ตัวเองให้โดดเด่นจนเป็นที่กล่าวขวัญได้แบบเธอ เพราะความสามารถไม่ถึงนั่นเอง

อย่างนักเปียโนคนนี้ เธอก็เก่งพอตัวนะครับ Sexy ด้วย ชื่อว่า LOLA แบบเดียวกับ Yuja Wang เลย แต่ความดังนั้นยังห่างกับเธอหลายช่วงเลยทีเดียว เพราะเรื่องนี้สุดท้ายว่ากันด้วยฝีมือครับ

small.jpg

ยังไงในเรื่องของ brand Image ที่บอกบุคลิกเรานั้น สำคัญว่าต้องมีความสามารถด้วยนะครับมันถงึจะส่งสเริมให้แบรนด์ตัวตนเราแตกต่างจริงๆ

 

Micro targeting marketing

Ad ของ vsoy ทำให้เราเห็นการตลาดที่เริ่มเจาะเข้าไปที่ target เฉพาะเจาะตจงมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่ม target สว ความกลัวคือ หัวใจหลักของจิตวิทยาสื่อสาร

แต่ที่น่าสนใจคือ การสื่อสารที่กลุ่มอายุ 45 ปี เท่านั้น

ไม่เหวี่ยงกว้างเหมือนก่อนเก่า

ทำให้ผู้รับสารกลุ่มนี้จะถูกกระตุ้นเน้นๆ

และไม่ใช่ 45 ที่จะไม่เข้าถึง

มากกว่าหรือน้อยกว่าที่มีปัญหาหรือต้องระวังก็จะถูกลากมาให้สนใจเช่นเดียวกัน

ในต่างประเทศการทำ micro target เป็นเทคนิคการทำการตลาดที่ใช้มาสักนะยะนึงแล้ว

แล้วก็ได้ผลอย่างยิ่งในการทำการสื่อสาร เพราะสามารถออกแบบ คอนเท้นให้ออกมาอย่างตรงใจ ตรงทางมากกว่าเหวี่ยงแห

ดังนั้น การสื่อสารแบบนี้ จะทำให้เกิด การสร้าง bonding ต่อกลุ่ม target ได้ผลชะงัด

เรียกว่า เล็กแต่ ลึก

เมื่อความชอบไม่ไปด้วยกันกับความถนัด

Tags

, , , ,

passion&Perform.001

เมื่อความชอบไม่ไปด้วยกันกับความถนัด แล้วคุณควรจะจัดการมันอย่างไร

เพราะนี่คือการบริหารจัดการ passion และ talent ให้ประสบความสำเร็จ ในการสร้าง Personalbrand

เมื่อความชอบของคุณไม่ไปพร้อมกับความสามารถ ความถนัดมันไม่เจ๋งพอ  คุณจะจัดการมันอย่างไร

ผมมีแนวทางให้ลองนำไปปรับใช้กันครับ

1.ประเมินอย่างไม่เข้าข้างตัวเอง วิเคราะห์ให้ถูกต้องว่าคุณอยู่ในลำดับไหนหากจะต้องใช้มันเป็นอาชีพ มันมีความเป็นไปได้จริงหรือ

ยกตัวอย่าง ผม อยากเป็นนักฟตบอลอาชีพ และเมื่อผมประเมินตัวเองออกมาแล้วก็พบว่า

Passion 100%

Talent 40% มีทักษะพิเศษสัญชาติญาตที่ดี

Ability ทักษะการเล่น และพื้นฐานทั่วไป อยู่ในขั้นสมัครเล่น และอายุเกินไปแล้ว T T

Possibility 0%

ดังนั้น ผมจึงต้องหยุด passion นี้นั่นคือคำตอบ

2.ในกรณีที่คุณไม่แน่ใจ กรุณาหาตัวช่วย เช่นคนที่อยุ่ในวงการที่คุณสนใจ เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์ว่าคุณไปได้จริงหรือ (หาคนที่ไว้ใจได้จริงๆนะ)

การได้ปรึกษาคนที่ทำงานจริงๆแบบที่คุณอยากจะทำในแบบนั้นจะทำให้คุณเข้าใจชีวิตจริงมากขึ้น บางครั้ง Passion ในความคิดของเราเมื่อไปเจอกับคนที่เขาทำงานจริงอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลองศึกษาจากคนที่ทำงานจริงซะก่อนจึงจะดีที่สุด

3.หาพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา หรือคนที่สามารถช่วยพัฒนาคุณอย่างจริงจัง

นี่เป็นทางลัดทางนึงที่จะทำให้คุณสามารถเดินทางสู่ความสำเร็จดีกว่า บางคนแอบเสียดายเงินเมื่อจะจ้องจ่ายให้คนเหล่านี้ แต่สำหรับผมบอกเลยว่าการลงทุนกับคนที่สามารถเป็นโค้ชได้จริงๆ คือหนทางที่ย่อเวลา และเปลี่ยนแปลงเราได้ แต่คุณต้องหาคนที่เป็นตัวจริงนะ อย่าไปโดนตัวปลอมเข้าล่ะ

4.ทำ และฝึกฝน อย่างหนัก และมีวินัย ข้อนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องการสร้าง passion ให้เกิดขึ้นจริง

การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนากล้ามเนื้อทางความสามารถที่แท้จริง การทำซ้ำอย่างมีวินัย

เป็นการจะทำให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในที่สุด ในหลายๆคน การเริ่มต้น ในช่วงเวลาที่ช้ากว่าคนอื่นอาจจะเป็นอุปสรรค แต่ถ้าคุณเอาจริง และให้ จำนวน ชั่วโมงที่ถึง จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่สามารถอย่างแท้จริงในวันข้างหน้า

5.หมั่นตรวจสอบวิธีการใหม่ๆในการอัพเลเวล ความสามารถ

6.หาความชอบอื่น หาก passionนี้ มันอาจจะไม่เวิร์คเมื่อคุณลองไปสักพักนึงแล้ว

อย่าลืมว่าการทำงานด้วย  Passion สูงสุดนั้นย่อมเป็นเรื่องดีแน่ แต่หลายๆครั้ง

เราก็กลับพบว่า สิ่งที่เราชอบมันหนักหนา ไม่สามารถนำพาให้เราประสบความสำเร็จได้

การดึง ทักษะ ที่ 2 หรือที่ 3 ที่เรามีแอบซ่อนอยู่ในตัวของเราอาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

และประสบความสำเร็จได้จริงกว่า

สร้าง Personalbrand อย่างไรให้ชนะ

Tags

,

โลกออนไลน์นั้นมีพลังในการสร้างธุรกิจมหาศาล
การที่จะชนะในโลกออนไลน์ในการสร้าง #Personalbrand จำเป็นต้องมีกลยุทธ์เพื่อกำหนดแนวทางในการทำงาน นี่คือ 9 ข้อที่น่าจะเป็นประโยชน์ให้คุณได้ลองนำเอาไปใช้เพื่อการสร้าง #personalbrand ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
1 รู้จักกลุ่มเป้าหมายตัวเอง
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้คุณรู้ว่ากำลังพูดกับใคร ไม่สะเปะสะปะ และถ้าจะให้ดี กลุ่มเป้าหมายไม่ควรเฉไฉไปมามากกว่า 1-2 กลุ่ม เพราะจะทำให้ตำแหน่งแบรนด์ของคัณเสียจุดยืนได้
2.ใช้เวลากับการปรับแต่งคอนเทนท์ตัวเอง
ให้เวลาในการปรับแต่งคอนเท้นท์ตัวเองให้น่าสนใจ
ไอเดียในการเล่าเรื่อง มีวิธีการง่ายไม่ ไม่ต่างจากคุณดูหนัง ก็คือ 3 ส่วน 1.เริ่มต้นให้ดี 2.หาจุดไคลแมกซ 3.ปิดท้ายด้วยความประทับใจ ต่อมาก็เลือกประเภทคอนเท้นท์ที่คุณอยากทำ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะนำให้คุณลองทำ vlog หรือเป็น clips vdo สั้นๆ
3.ใช้แพลตฟอร์มอื่นๆผสมผสาน
การใช้ Facebook อย่างเดียวในวันนี้ อาจจะทำให้คุณได้ engagement ต่ำเตี้ย และอาจจะปิดการขายยาก็ขึ้น ลองใช้ line@ ,iG และ Website มาล่วยในการผสมผสาน
ในกรณี line@ จะเป็นการช่วยในการปิดการขายและเก็บข้อมูลลูกได้ดีได้ดีมาก เพราะจะจะได้ engagement 100% เต็ม ในเวลาที่ที่คุณ broadcast ออกไป
Website จะทำหน้าที่ในการสร้างความน่าเชื่อถือ และคุณสามารถหาลูกค้าที่เป็นในนาม corporate ได้ดีมากกว่า
4.รักษาตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
การรู้จักบุคลิกของแบรนด์เป็นสำคัญอย่างมาก ในการที่คุณจะกำหนดภาษา ภาพลักษณ์ และรวมถึงเป้าหมาย เพราะถ้าคุณไม่รู้ว่าจุดเด่นและบุคลิกคุณคืออะไร สุดท้ายคุณก็จะหลงทางทำการสื่อสารการตลาดสับสนและไม่มีทิศทาง ท้ายสุด โลกนี้ก็จะไม่มีใครจำคุณได้
5.รู้จักสร้างสรรค์
การใช้ความคิดในด้านการสร้างสรรค์ในเรื่องการสื่อสารในโลกออนไลน์จำเป็นมาก กอไก่ล้านตัว
เพราะการที่คัณทำแบบเดิมๆ เล่าจำเจ ไม่มีลูกเล่นใหม่ๆ มันก็คงน่าเบื่อ
ลองซิกแซกออกจากวิธีเดิมๆ เช่น
เอารูป เดิม มาเปลี่ยรแคปชั่นใหม่
ทำ infographic ที่เคลื่อนไหวได้
สร้างคลิปคอนเท้น
Live สด แชร์ความรู้ ประสบการณ์ที่คุณมี
อย่ากลัวที่จะเล่า อย่าลืมในสิ่งที่คุณรู้นั้นมีประโยชน์กะผู้คนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสมอ ตราบที่คุณต้องหารที่จะเป็นผู้ให้จริงๆ
6.สนใจในกลุ่มเป้าหมายของคุณ
การสนใจ หมั่นตอบคำถามทุกคอมเม้นท์ จะทำให้คุณได้ qaulity score จาก Facebook ดังนั้น ใส่ใจในการตอบคอมเม้นท์ เมื่อคุณลงโพสต์ไปแล้ว
7.กฏ 70-30
ในการทำ online Content ลองใช้กลยุทธ์ กฏ 70%ในการสร้างคอนเท้นท์ที่มีประโยชน์ สนุก ให้ความรู้ แบ่งปัน และอีก 30%เพิ้อการขายของ น่าจะดีกว่าโพสต์ขายรัวๆ เพราะจะทำให้เพจคุณน่ารำคาญมาก
8.หมั่นตรวจสอบ และวิเคราะห์
รู้จักดูหลังบ้านของ Facebook ที่บอก insight ของลูกค้าของคุณ
รวมถึง Google analytics ที่บอก สถิติการมาดู ว่าเขาเป็นใคร สนใจอ่านหรือดูอะไร เพื่อเป็นข้อมูลในการนำมาวางกลยุทธ์ในลำดับต่อไป
9.สนใจ trend ใหม่ๆ
Trend ของธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณสามารถติดตามได้ ทั้งในเวปของ trend watching.com หรือใน entrepreneur.com ซึ่งจะทำให้คุณเห็นการเคลื่อนไหวในโลกธุรกิจที่หลากหลายขึ้น
วันนี้โลกกำลังสนใจ crypto currency และกำลังเกิด การลงทุนico ขึ้น ซึ่งเรื่องแบบนี้คุณก็ควรจะรู้กะเขาบ้าง

reference จาก
http://rebekahradice.com/creating-winning-social-media-strategy/?utm_medium=social&utm_campaign=postplanner&utm_source=twitter.com

เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางค์ต้องสร้างความยั่งยืน

แบรนด์เครื่องสำอางค์สัญชาติไทยนั้นมีมากมายหลายร้อยแบรนด์

แต่หลายๆแบรนด์น่าเสียดายที่ไม่สามารถสร้างความโดดเด่นได้มากพอ

ทั้งที่มีคุณสมบัติที่ดีที่จะกลายเป็นแบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตได้ไม่ยากเลย

ทั้งนี้ส่วนประกอบอย่างนึงที่ขาดหายไปในเรื่องของการทำแบรนด์ก็คือ ความเข้าใจในเรื่องของการทำการสื่อสารแบรนด์

เราจะเห็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ในเมืองไทย มักจะใช้สีเหมือนๆกัน  เช่น สีขาว มีสีเงินๆปน เพื่อให้ดูทันสมัย และการทำการสื่อสารแนวเดียวๆกัน ยิ่งโดยเฉพาะครีมหน้าขาว ครีมฟูทั้งหลาย ก็เน้นคุณลักษณะคล้ายๆกัน หรือแม้กระทั่งใช้พรีเซนเต้อร์คนเดียวกัน

ซึ่งทำให้เมื่อสินค้าออกมาเหมือนคนอื่น ในมุมของผู้บริโภคก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าแบรนด์ไหนดี แบรนด์ไหนไม่ดี

สุดท้ายกรรมก็มาตกกับเจ้าของแบรนด์คือสินค้าขายได้ในช่วงนึงที่กระแสมาแต่พอกระแสหมดความนิยมไม่มีแบรนด์ก็หาย

ไม่สามารถยืนระยะให้เป็นแบรนด์ที่อยู่ได้ยั่งยืน

มีกฏของการทำการสื่อสารที่เหมือนเป็นขั้นตอนที่พอจะสามารถอธิบายเป็นหลักให้นึกออกนั่นก็คือ กฏของ AIDA ที่จะช่วยให้แบรนด์นั้นเกิดการยืนระยะได้นานขึ้น

AIDA เป็นคำย่อที่ย่อมาจาก Attention, Interest, Desire และ Action รูปแบบ AIDA ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการตลาดและการโฆษณาเพื่ออธิบายถึงขั้นตอนหรือขั้นตอนต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ผ่านเมื่อผู้บริโภคทดลองผลิตภัณฑ์หรือตัดสินใจซื้อ เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงแบรนด์ผ่านการโฆษณาหรือการสื่อสารการตลาดรูปแบบ AIDA ช่วยอธิบายวิธีการโฆษณาหรือข้อความทางการตลาดที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในการเลือกแบรนด์ ในสาระสำคัญรูปแบบ AIDA เสนอว่าข้อความโฆษณาจำเป็นต้องทำหลายอย่างเพื่อให้ผู้บริโภคก้าวผ่านขั้นตอนตามลำดับจากการรับรู้ถึงการกระทำของแบรนด์ (การซื้อและการบริโภค)

รูปแบบ AIDA เป็นรูปแบบการให้บริการที่ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในโฆษณาซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในปลายศตวรรษที่สิบเก้า นับตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในวรรณคดีด้านการตลาดและโฆษณารูปแบบดังกล่าวได้รับการแก้ไขและขยายเพื่อรองรับการโฆษณาสื่อและแพลตฟอร์มการสื่อสารใหม่ ๆ ในปัจจุบันมีการใช้โมเดลทางเลือกที่หลากหลาย ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมารุ่นดังกล่าวได้ผ่านการปรับแต่งและการขยายมากมายแล้วซึ่งปัจจุบันมีหลายรูปแบบในการไหลเวียน ดังนั้นรูปแบบ AIDA แบบง่ายจึงกลายเป็นหนึ่งในโมเดลของโมเดลที่เรียกว่าแบบลำดับชั้นหรือลำดับชั้นของโมเดลเอฟเฟ็กต์

การทำให้เกิด Attention ขอยกมา 1  เรื่องที่สำคัญนั่นก็คือ การใช้สี ซึ่งจริงๆเป็นเรื่องสำคัญมากCosmetic branding-01

สีเหล่านี้หมายถึงอะไร?

สีที่ใช้ในการทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามธรรมชาติเลชมีลักษณะที่สีเหล่านี้หมายถึงอะไรในแง่ทั่วไป ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำสำหรับข้อความที่สื่อถึงด้วยสีบางสี

เป็นที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติมีสีขาวมากกว่าสีอื่น ทั้งหมด มันสวยมากครอบงำมากที่สุดของฉลากภาชนะบรรจุและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

สีขาวหมายถึงความเรียบง่ายความสะอาดและความบริสุทธิ์ เรามองว่าสีขาวเป็นสีสันสดใสดังนั้นทันทีจึงดึงดูดสายตาของคุณเมื่อใช้ในการสร้างแบรนด์ มักใช้ในผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับทารก

ไม่แปลกใจจริงเหรอ? ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติและออร์แกนิกต้องการให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์แบบองค์รวมที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์บนผิวของคุณ

สีขาวตามด้วยสีเขียวซึ่งหมายถึงสุขภาพความสดชื่นและความเงียบสงบ ข้อความนี้สอดคล้องกับข้อความทางการตลาดโดยรวมสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติผลิตภัณฑ์ของคุณมีสารสกัดจากพฤกษชาติมีอายุการเก็บรักษาที่สั้นกว่าเพื่อให้สดชื่นและสร้างความรู้สึกของสุขภาพและความสงบ

ถัดไปเป็นสีน้ำเงินรับรู้ถึงความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ โลกของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเต็มไปด้วยผู้ที่มีข้อเรียกร้องอันน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนไม่น้อยกว่าความจริงที่ว่าพวกเขามีความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงเมื่อมีสารเคมีสังเคราะห์จำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคของคุณมีข้อความที่ลึกซึ้งที่พวกเขาสามารถไว้วางใจคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สีฟ้ายังเกี่ยวข้องกับท้องฟ้าและทะเลและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

สีขาวเขียวและน้ำเงินทำให้แบรนด์ของคุณดูสดใหม่และน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามธรรมชาติ

และการใช้สีผสมที่สอง คุณสามารถใช้ สีชมพู, สีดำ, สีน้ำตาลและสีส้มเข้าไปทำให้แตกต่าง

แต่การใช้สีเหล่านี้มีข้อมูลให้คุณนำไปตัดสินใจเพิ่มเตมเพราะนี้คือ การรับรู้ในเรื่องสีของผู้คนในเชิงจิตวิทยา

สีชมพูนำเสนอข้อความที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสีที่ใช้ สีชมพูน่ารักหมายถึงความอ่อนเยาว์และความตื่นเต้น! สีชมพูสนั่นบ่งบอกถึงความเห็นใจ สีชมพูอ่อนดูโรแมนติกมากขึ้น

สีดำหมายถึงความหรูหราความซับซ้อนความเป็นมืออาชีพและความจริงจัง การใช้สีดำในการสร้างแบรนด์ช่วยให้ธุรกิจของคุณดูดีขึ้น

สีน้ำตาลเป็นสีที่เป็นพื้นผิวที่ถ่ายทอดความทนทานความมั่นคงและความเรียบง่าย อย่างไรก็ตามผู้บริโภคบางรายสามารถมองเห็นสีน้ำตาลว่าสกปรกซึ่งอาจจะเป็นภาพลวงตา

สีส้มกระตุ้นความสนุกความกระปรี้กระเปร่าและความกระปรี้กระเปร่า นี่เป็นสีสันที่สนุกสนานในการสร้างแบรนด์ของคุณและมักถูกมองว่าเป็นเด็กที่เป็นกลุ่มและอาจเป็นเด็กได้

สีเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกมาเพื่อบอกให้โลกเห็นว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเหล่านี้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่เป็นการสื่อความหมายให้กับแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะหากคุณต้องการให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณประสบความสำเร็จโดยทั่วไปคุณต้องการกำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม

อันนี้เป็นไอเดียคร่าวๆของเรื่องสี

แต่อีกเรื่องนึงที่สำคัญก็คือการหาบุคลิกแบรนด์

สามารถเริ่มต้นหาบุคลิกแบรนด์ได้จากใน Test นี้นะครับ

http://www.brandingdiythailand.com

============================================================================

ข้อมูลจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/AIDA_(marketing)

http://www.herbhedgerow.co.uk/the-meaning-of-colours-in-natural-skincare-branding

การแต่งตัวเป็นส่วนหนึ่งของBrandImage 

Tags

, , ,

Personal brand Making.001
#การสร้างPersonalbrand

แต่งตัวแบบไหน บ่งบอกบุคลิก และที่สำคัญ
บ่งบอกถึงรสนิยมและนิสัย ไม่เกี่ยวกะแพงหรือถูก แต่ต้องแต่งตัวเป็น
การเลือกให้เหมาะกับกาละเทศะ และตัวตนของคุณ เป็นการแสดงถึงความเข้าใจและการใช้ตัวตนสื่อสารที่ถูกต้องด้วย

ความนิมจากแนว Startup look ทำให้แนวคิดการแต่งตัวแบบสบายๆเริ่มกลายเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมของการแต่งตัวเพื่อบอก status ธุรกิจ
มาดูการแต่งตัวแบบไหนบ้างที่คุณควรเลือก

Personal brand Making.002

1 Too Casual แบบนี้ ไม่เหมาะกับการออกมาสู่ผู้คนหรือในการทำธุรกิจเพราะคุณจะไม่ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่นักโดยส่วนใหญ่ และอาจจะส่งผลเสียด้วยซ้ำถ้าคุณทำธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าคุณชอบและอยากจะแต่ง ใครจะห้ามคุณ!!!!

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง ชายและหญิง
ใส่หมวก(กลับหลังยิ่งดี)
เสื้อยืดโชว์จั๊กกะแร้หรือเสื้อกล้าม ถ้าขาดมีรูจะใช่เลย
กางเกงขาสั้น ลากแตะ ยิ่งแตะขอบฟ้าละก็ ใช่เลย x2
ไม่ใส่ถุงเท้าสั้น ห้อยสร้อยพระ หรือสร้อยแสตนเลสใหญ่
ถ้าผู้หญิงก็อาจจะเป็นกางเกงยีนส์สั้นขาด ไม่ใส่ถุงน่อง

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหนกัน?

ร้านกาแฟ
Co working space
ห้างสรรพสินค้า
ตลาดสด
ร้านสะดวกซื้อ
ร้านอาหาร

Personal brand Making.003

2.Trendy Casual ในยุคนี้ การแต่งแบบ Trendy casual กลายเป็นพิมพ์นิยมของ เด็กรุ่นใหม่และไม่ใหม่ที่ทำ startup
เพราะการแต่งตัวแบบนี้ มันบอกสัญญลักษณ์บางอย่าง
สัญญลักษณ์ของการ Anti traditional ของพวกใส่สูท ผูกไท ที่เราชินตา
และก็มีคนที่แต่งตัวแบบนี้สำเร็จในธุรกิจซะด้วยสิ

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง
ชายและหญิง เสื้อยืดหรือ เสื้อมีฮูดแบบ Pullover
พวก Sweater ทั้งหลาย
กางเกงยีนส์ หรือผ้าหนา รองเท้ากีฬา
โดยเฉพาะพวกขอบขาวทั้งหลาย
นาฬิกา ถ้าจะให้ดีต้องเป็น Digital watch พวกจับเวลาและ
ใช้กับการออกกำลังกายได้ จะใช่เลย

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

ร้านกาแฟ
Co working Space
ตามห้าง ตึกสำนักงานที่มี Startup เกิดใหม่

Personal brand Making.004

3. Casual เริ่มเป็นที่นิยมเช่นกันในหมู่คนทำงานในสายอาชีพต่างๆโดยเฉพาะธุรกิจด้าน การตลาด สื่อ สินค้า IT หรือเริ่มลามปาม ไปถึงการบริการอย่างสายการบินเกิดใหม่ การเงินแนวใหม่ และรวมถึงประกัน ขายตรงก็มีนะ

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิง เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือ เสื้อมีฮูดแบบ Pullover พวก Sweater ทั้งหลายกางเกงจะต้องเป็น Slim Fit ผ้าแนวยีนส์ผสม Spandex
ผู้หญิงจะนิยมใส่ Dress สั้น แบบไปทะเล ผ้าบาง อาจจะมีเสื้อคลุมรองเท้าจะออกแนวหนัง modern มีทั้งด้านและมันวาว
นาฬิกา ถ้าจะให้ดีต้องเป็น Digital watch พวกจับเวลาและใช้กับการออกกำลังกายได้ จะใช่เลย
เครื่องประดับจะเป็นแบบออกแบบทันสมัย โนทองชิ้นใหญ่อาจจะเป็นกำไลอันใหญ่สักชิ้น

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

พนักงานจบใหม่ตามออฟิศต่างๆ
Co working Space
ตึกสำนักงาน
ทีมขายประกันและทีมเซลล์

Personal brand Making.005

4. Business Casual
เป็นการแต่งตัวที่นิยมกันมานาน
ก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงจากสไตล์การแต่งตัวแบบนักธุรกิจแบบเบาๆ ไม่เต็มยศ แต่มีคราบของคนทำธุรกิจที่ต้องมีรูปแบบ
เป็นกึ่งทางการมากขึ้น

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิง เสื้อเบลเซ่อร์ แนวSport หรืออาจะเป็น Sweater
เสื้อข้างในจะเป็น polo shirt หรือเสื้อแนว Oxford แขนยาว กางเกงผ้า สีสุภาพ สีเข้ม ถ้าโทนอ่อนก็ต้องออกแนวผู้ดีอังกฤษ
รองเท้าหนังแน่นอน แบบ Calssic นิดๆ นาฬิกาต้องสายเหล็ก จะสายหนังก็ได้
แต่ต้อง Brandname เท่านั้น ถ้าผู้หญิงก็ต้องเป็นกระโปรงความยาวขนาดเข่า
รองเท้าทรงเรียบร้อย หรืออาจะแอบบู้ทสั้นได้บ้าง ใส่เครื่องประดับแบบเรียบง่าย ทอง เงินได้

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?

พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการรุ่นกลาง
ตามออฟิศที่ยังคงความ Traditional สายธนาคารที่มีอายุยาวนานบริษัท
Corporate ขนาดใหญ่ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ

Personal brand Making.006

5. Business Formal เป็นการแต่งตัวที่บ่งบอกระดับการทำงานและตำแหน่งของธุรกิจ
ซึ่งอยู่ในระดับบริหาร หรือระดับสูงของธุรกิจเป็นหลัก

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง ชายและหญิง

ผู้ชายประกอบด้วยเสื้อสามตัว สีเข้ม หรือสีอ่อนก็ได้ ต้องผูกไท
สามารถมีลวดลายได้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวมีปก สามารถเป็น Slimfit แต่ปลายปกเสื้อจะต้องเป็นแบบมีกระดุมปิด รวมถึงจะต้องมีกระดุมปิดข้อมือด้วย
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก Brandname
ผู้หญิงก็ต้องเป็นเสื้อมีกระดุมปกเช่นกันเป็นกางเกง กระโปรงความ พอดีตัวสีสุภาพ และสีเป็นทางการ แนว Navy Blue จะนิยมสุด
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก Brandname เช่นกันเครื่องประดับเรียบง่าย

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน?
พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการระดับ Senior
สำนักงานของผู้บริหารระดับสูง
การประชุมบอร์ดบริหาร

Personal brand Making.007

6. Semi Formalหลายคนมักสับสนการแต่งตัวแบบ Semi Formal
และการแต่งตัวแบบ Business Formal
เพราะค่อนข้างใกล้เคียงกันเป็นการแต่งตัวที่เป็นทางการ
นิยมในสังคมในระดับสูง งานกาล่าดินเน่อร์งานที่ต้องมีความผู้ดี และให้เกียรติ ทั้งค่านิยมและประเพณีที่มีมานาน

องค์ประกอบการแต่งองค์ทรงเครื่อง

ชายและหญิงผู้ชายประกอบด้วยเสื้อสามตัว สีเข้ม Solid ไล่เฉดแบบMonocrome หรือ analogous ผูกไท สีเข้มหรือสีในแนวใกล้เคียงกัน เสื้อเชิ้ตแขนยาวมีปก คอเป็น VShape ในแบบ Spread collar หรือคอกว้างจะดูดีสุด
รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการนาฬิกาต้องสายเหล็ก
ผู้หญิงก็ต้องเป็นเสื้อมีกระดุมปกเช่นกันเป็นกางเกง กระโปรงความ พอดีตัวสีสุภาพและสีเป็นทางการ แนว Navy Blue รองเท้าหนังแบบเหมาะสม เป็นทางการ
นาฬิกาต้องสายเหล็ก
เครื่องประดับชิ้นใหญ่ อลังการ

คุณจะเจอเขาเหล่านี้ได้จากไหน

พนักงานระดับผู้จัดการ รวมถึงระดับบริการระดับ Senior
งานพิธีการ
งานกาล่าดินเนอร์
สำนักงานของผู้บริหารระดับสูง
การประชุมบอร์ดบริหาร

brand และ business trend 2018

Tags

, , , , , ,

b&B trend2018 ver2.001

Trend ของธุรกิจและแบรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 นั้นมีหลายแง่หลายมุมครับ

ผมและทีมงาน BrandingDIY และทีม Extrasunday ได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

รวมถึงการทำงานร่วมกับ SME จนได้ข้อสรุปที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านในปี 2018 นี้

จุดประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นไปของโลกในปี 2018 ซึ่งเรากำลังจะต้องก้าวให้ทัน

ถึงแม้ประเทศไทยจะบอกว่าเราจะเป็น 4.0 แต่อย่างที่เรารู้ๆกันว่าหลายเรื่อง เรายัง 0.4 กันอยู่เลย

ยิ่งความน่ากลัวของ Platform ecommerce ที่กำลังจะบุกมาถึง SME หลายๆเจ้า ทำให้เกิดการแข่งขัน

อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคุณอาจจะพ่ายแพ้ก็ได้ หากเตรียมตัวไม่ทัน

นี่คือ 8 หัวข้อของ Business&Brand trend 2018

 

b&B trend2018 ver2.002

1.Vr Virtual Reality

เครื่องมือนี้กำลังจะกลายเป็นของฮิตในไม่ช้าและเมื่อเห็นข้อดี

มันคือ เครื่องมือแบรนด์ชั้นดีเลยทีเดียว

การใช้วิดีโอ 360 ฉบับที่พบมากที่สุดคือการสร้างบล็อกวิดีโอและการทัวร์ชมออนไลน์

เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อกับผู้ดูในรูปแบบบล็อกก็ได้

มันสามารถใช้ในหลายวิธีเช่นเดียวกับกล้องไปพร้อมกับคุณลักษณะการโต้ตอบเพิ่ม

นำติดตัวไปกับคุณ ทำเสมือน เดินเล่นรอบเมืองหรือการผจญภัยแบบใดก็ได้และให้ผู้ชมของคุณได้สัมผัสกับมัน

คุณสามารถทัวร์ชมสิ่งอำนวยความสะดวกของคุณและให้มุมมองด้านในแก่ธุรกิจของคุณ

และอีกไม่นาน Vr จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร

TIPS สำหรับ SME

สำหรับ SME แล้ว การทำ VR มาเล่นไม่ได้ไกลเกินจริงเลย เพราะด้วยต้นทุนราคาและวิธีการเอื้อำนวย

ให้สามารถสร้าง คอนเท้นและกิจกรรมรองรับได้อย่างดีเลยทีเดียว

b&B trend2018 ver2.003

2.Automation

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับมนุษย์ในอนาคตก็คือ การเข้ามาแทนที่ของ Robot และระบบ Automation

เราได้ยินเรื่อง Driverless มาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ บริษัทอย่าง Budvisor ได้เริ่มต้นใช้งาน

รถส่งของที่เป็นระบบขับอัตโนมัติเรียบร้อย ซึ่งในช่วงแรกก็ยังมีคนนั่งไปด้วย

แต่อีกไม่นาน การขับรถส่งของแบบนี้ก็จะไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป

เช่นเดียวกับการใช้ Robot บริการในร้านอาหารที่เพิ่มมากขึ้นอย่าง burgerking

หรือระบบโรงงานที่ผลิต iphone8 และ Iphone X ในประเทศจีนที่ใช้ Robot ทั้งหมด

TIPS สำหรับ SME

เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี่หุ่นยนต์ไม่ได้มีราคาสูงอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น บริษัท CT Robotics

ผลิตหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานสำหรับคนแก่ในราคาเริ่มต้นเพียง หลักแสนต้นๆเท่านั้น

อุปกรณ์การใช้ Automation ต่างๆ ที่คุณสามารถใช้ในการเปิดปิด ไฟฟ้า โทรศัพท์

และเครื่องใช้ใน ออฟฟิศที่ทำงานของคุณได้

https://www.fsstechnologies.com/small-business/automation

หรือโปรแกรมอย่าง Autopilot ที่คุณสามารถสร้าง Customer jorney

ให้ลูกค้า ตั้งแต่ ตอบ Email,ตอบคำถามในเวป รวมถึง แนะนำสินค้าออนไลน์ของคุณ

ในแบบอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องใช้คนเลยอีกต่อไป

https://autopilothq.com/#hero

b&B trend2018 ver2.004

3.Brand Experience More than Quality product

คำว่าแบรนด์ประสบการณ์เป็นคำที่ไม่ได้ใหม่เช่นเดียวกัน แต่ในปีหน้า การใช้รูปแบบของการสร้าง

ประสบการณ์เพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความติดหนึบในแบรนด์ดูจะแนวทางขแงแบรนด์ใหญ่ที่จะเน้นหนักกันมากขึ้น

เช่น Redbull ที่ทำอยู่แล้ว Nike  สร้างการสื่อสารแบรนด์มาในแนวทางเดียวกัน

รวมไปถึง Ikea,Air BnB, และแม้กระทั่งแบรนด์ไทยทั้งหลายที่ทำแคมเปญประสบการณ์ต่างๆสุดขอบฟ้า

TIPS สำหรับ SME

จากสมัยก่อนที่ Brand มักจัดทัวร์ สร้าง Club ต่างๆขึ้นมาเพื่อรองรับในการสร้างประสบการณ์แบรนด์

ในอนาคต คุณสามารถใช้ เทคโนโลยี่ VDO และ Online Platform ต่างๆ มาสร้าง พื้นที่เสมือนจริง

และเชิญชวนให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ของแบรนด์คุณ รวมถึงการสร้างความรู้สึกร่วมในกิจกรรมอื่นๆ

ที่ให้ประโยชน์กับผู้คน ก็จะเป็นวิธีที่ดีมาก

b&B trend2018 ver2.005

4.ร้าน Retail แบบ Cashless

การเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินมีผลอย่างยิ่ง เทคโนโลยี่ bitcoin ที่จะมาแทนเงินสด

การใช้ เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น Creditcard กำลังจะกลายเป็นสิ่งล้าสมัย

เมื่อคุณสามารถใช้ การซื้อขายโดยผ่าน แอพทางโทรศัพท์มือและการ Scan barcode

Alibaba และหลายแบรนด์เริ่มต้นร้าน Retail แบบ cashless ขึ้นแล้วในเมืองจีน

TIPS สำหรับ SME

เครื่องมือในการใช้ Cashless กำลังเข้ามาอย่างหลากหลาย ร้านที่เป็นสินค้าแนวหใม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อสร้างความน่าสนใจและเป็นโอกาสในการวาง Positioning ของ Brand

ให้เป็น Trend setter ได้

b&B trend2018 ver2.006

5.Healthy and More than look good trend

การเสพติดการดูดีของผู้คนในปัจจุบันยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนเริ่มสนใจในตัวเองมากขึ้น

Generation ใหม่ๆ เริ่มมีความคิดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพ การออกกำลัง และการเสพติดการใช้

ยาลดความอ้วน และเครื่องมือศัลยกรรมกลายเป็นค่านิยมใหม่

ธุรกิจเสริมความงามและศัลยกรรม เป็นตลาดที่มูลค่าสูงเป็นหมื่นล้านในเมืองไทยในช่วงเวลาไม่กี่ปี

รวมถึงเทคโนโลยี่ใหม่ที่ออกมารองรับตลอดเวลา รวมถึง อุปกรณ์ Selfie ทุกประเภท

ทำให้ Trend การสร้าง Personal brand จึงมากขึ้นๆเรื่อยๆ

TIPS สำหรับ SME

กิจกรรม ก้าวเป็นตัวอย่างอันนึงที่ชัดเจนสำหรับการสนใจในเรื่องสุขภาพของคนไทย ดังนั้น

กิจกรรมที่ส่งเสริมเรื่องของ สุขภาพและการทำให้ตัวเองดูดีกำลังกลายเป็น หมายเลข 1

ของ แคมเปญการตลาดในเมืองไทยในปีหน้า

b&B trend2018 ver2.007

6.การเติบโตของ Virtual Company

ด้วยเทคโนโลยี่ที่ทำให้ลดคนลงได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การtransfer call, Application Office ต่างๆ หรือ Chatbot

ทำให้มีการคาดการณ์ถึง บริษัทที่อาจจะไม่ต้องมีพื้นที่อยู่จริงหรือ บริการต่างๆที่ไม่ได้ใช้คนจริงๆ เลย

เช่น KLM มีบริการอย่าง Keytag Airline wearable ให้ลูกค้าติดตัวในเวลาไปเที่ยว

บริษัทฯ อย่าง Replika ใช้ Chatbot แทนพนักงานตอบโต้ทางโทรศัพท์และในเวป

Blue leaf Cafe ในญี่ปุ่น ใช้ Pop Star ดังอย่าง Hatsume Miken  ร่วมทานข้าวกับลูกค้าโดยมาเป็นแบบ AR

TIPS สำหรับ SME

การลดค่าใช้จ่ายที่ทำงานและบริการด้วยการใช้เครื่องมือเทคโนโลยี่เป็นสุดยอดวิธีการสำหรับชาว SME

อยู่แล้ว ด้วยเทคโนโลยี่ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่าง Chatbot หรือ app Office Controller ต่างๆ

จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อ คนทำธุรกิจต่อไปในปี 2018

b&B trend2018 ver2.008

7.ยุคของ A Commerce

ใน trendwatching.com พูดถึงการค้าในแนวใหม่ได้น่าสนใจดังนี้คือ A commerce คือ การรวมเอา E commerce + ระบบ Automate ผ่านมือถือ

คำนี้จึงเป็นนิยามค่อนข้างใหม่ แต่ว่าในการคาดการณ์ของ Trendwatching พูดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไว้ได้อย่างน่าสนใจก็คือ

เนื่องจากในปีพ. ศ. 2561 นี้หลายคนคาดการณ์กันว่า การซื้อขายบนมือถือจะทวีความดุเดือด และใครที่สามารถสร้าง Platform แห่งความง่ายและ

สร้างประสบการณ์ประทับใจได้จะเป็นผู้ชนะ ดังนั้น การที่ Amazon Dash ใช้ความคิดหลายล้านแบบกับการสั่งซื้อแบบสัมผัสเพียงครั้งเดียว

เพราะมีฐานลูกค้าหลายล้านรายกำลังตัดสินใจด้านการเงินกับบริการต่างๆอยู่แล้ว ทำให้แนวโน้มของธุรกิจที่ผนวกสองอย่างเข้าไปด้วยกัน

แบบที่เรียกว่า A commerce จะกลายเป็นการค้าขายแห่งอนาคต

TIPS สำหรับ SME

การค้าขายในโลกออนไลน์กำลังถูกเชื่อมโยงให้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แต่การสร้าง Platform ด้วยตัวเองยังเป็นการลงทุนที่สูง สำหรับ SME ใหม่ๆ ต่อการทำงาน

ในเรื่องของ E commerce พื้นฐาน อาจจะเริ่มต้นจากการใช้ Platform ที่มีอยู่แล้ว แล้วจึงค่อยเชื่อมโยงกับ Application ไปก่อนจึงจะดีที่สุด

b&B trend2018 ver2.009

8.ยุคของ AR หรือ Augmented Reality และ Ai หรือ Artificial intelligence

เราได้ยินเรื่องของทั้งสองเทคโนโลยี่มาสักพัก แต่จะไม่มีครั้งไหรที่จะสามารถหยิบนำเอามาใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจังในปีหน้าเป็นต้นไป

Ar หรือ Augmented Reality คืออะไร

เทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนโดนผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ             อย่างกล้องถ่ายภาพ เข็มทิศ และ GPS จุดเริ่มต้นของ AR คือ ทีวี ผลการแข่งขันระหว่างนัด หรือ News ticker ด้านล่างจอของ CNN คือรูปแบบที่ง่ายที่สุดในการอธิบายความเป็นAugmented reality มันทำให้ข้อมูลที่ไม่สามารถอธิบายได้บนรูปภาพเกิดขึ้นในโลกจริง สิ่งสำคัญของ AR คือ ลักษณะของสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนการติดต่อสื่อสารครั้งใหญ่ คือ เราอ่านอีเมลระหว่างเดินทาง, ใช้เฟซบุ๊ก และ Location-based services (เช่น Foursqaure) การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์เหล่านี้ ทำให้เกิดขอบเขตใหม่ของ Augmented reality  เราไม่สามารถนำทีวี หรือพีซีไปได้ทุกที อย่างน้อยต้องเป็นอุปกรณ์ที่พกพาสะดวกอย่าง สมาร์ทโฟน ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธที่จะสนใจสิ่งรอบข้างบนโลกนี้ได้โดยผ่านุปกรณ์เหล่านี้

แล้ว AI หรือ Artificial intelligence ]jt

AI มาจากคำว่า Artificial Intelligence แปลเป็นภาษาไทยว่า ปัญญาประดิษฐ์  คือ สติปัญญาของเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ อาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่มีความชาญฉลาดสามารถทำงานหรือใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่ามนุษย์ เกิดจากความพยายามของนักวิจัยในการศึกษาพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่จะสร้างเครื่องจักรที่มีความคิด โดยมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสร้างเชาว์ปัญญาให้คอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนั้นยังต้องสามารถแสดงเหตุผล การเรียนรู้ การวางแผนหรือความสามารถอื่น ๆ ได้ด้วย  AI รุ่นที่เราอาจเห็นผ่านตามาบ้างก็คงเป็นหุ่นยนต์ของฮอนด้าที่รู้จักดีในด้านปัญญาประดิษฐ์

เราจะได้เห็น ทั้งสองเทคโนโลยี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและการทำการสื่อสาร Brand อย่างแน่นอน

TIPS สำหรับ SME

การใช้สองเทคโนโลยี่ได้ถูกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า Consumer หลายๆทาง ตั้งแต่ รถยนต์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และทางการแพทย์  ซึ่ง SME ที่กำลังมองเทคโนโลยี่เหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจต้องดูโครงสร้างและการนำมาใช้งานที่เหมาะสมเพราะยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง

แหล่งข้อมูล

http://trendwatching.com/quarterly/2017-11/5-trends-2018/

http://www.mirror.co.uk/tech/pizza-hut-hires-robot-waiters-8045172

https://m3ideas.org/2011/09/30/m3-augmented-reality-idea/

http://www.zdnet.com/article/amazon-brings-augmented-reality-feature-ar-view-to-amazon-app/

http://www.independent.co.uk/travel/news-and-advice/future-travel-airport-technology-hi-tech-chatbots-robots-augmented-reality-ai-a7961171.html

http://robohub.org/bosch-and-nvidia-partner-to-develop-ai-for-self-driving-cars/

http://www.wallpaper.ge/view-nike_basketball-1920×1200.html

มีในเวป brandingdiythailand เพิ่มเติมครับ ลองไปดูเพิ่มเติมครับb&B trend2018 ver2.001

http://brandingdiythailand.com./blog/brandtrend%202018

เราควรเรียนรู้อะไรจาก แบรนด์ใหญ่

Tags

, ,

Learning from big brand chatz.001.jpeg

บางครั้งเจ้าของแบรนด์ก็มักจะมีมุมมองที่ว่า เราแบรนด์เล็ก เงินไม่เท่าแบรนด์ใหญ่

ทำให้บางทีก็ลืมไปว่า นอกเหนือไปจากเงิน แบรนด์ใหญ่ๆ เขามีแนวคิดบางอย่าง

ที่คุณอาจจะลองไปปรับใช้กับแบรนด์ตัวเองได้

ลองมาดูว่า แบรนด์ใหญ่เขามีเทคนิค อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

1.คอนเท้นที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของเขาในหลากหลาย ตั้งแต่ วิดีโอสาธิต สอนการใช้สินค้า  รีวิว และการทำ คอนเท้นท์แนว ฟีดแบคต่างๆ

Learning from big brand chatz.002.jpeg

แบรนด์พวกอย่าง Apple,Samsung หรือพวก กล้องทั้งหลาย รวมถึง สินค้าแนวเทคโนโลยี่มักจะใช้วิธีนี้กันเพื่อให้คนเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายมากขึ้น จริงๆมันก็สามารถเอาไประยุกต์ได้กับทุกประเภทนั่นแหล่ะ แม้แต่คุณจะทำนมเด็กก็ตาม

2.ความถี่ในการลงคอนเท้นท์ใน สื่อออนไลน์

Learning from big brand chatz.003.jpeg

จำนวนการลงสื่อออนไลน์ของแบรนด์ใหญ๋โหดมโดยเฉลี่ย ทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจไหนก็ตาม ที่ถ้าทำออนไลน์แบบจัดเต็มแล้ว มักจะใช้ความถี่แถวนี้

คุณอาจจะบอก พี่ครับ จะบ้าหรอ ลงแบบนั้น ผมคงไม่ต้องทำอะไรพอดี

แต่ผมกำลังจะบอกคุณว่า แสดงว่า การเห็นของแบรนด์ด้วยจำนวนครั้งต่อการจดจำ มันมีผล

ยิ่งคุณลงน้อย เกินไป ย้ำว่าน้อยเกินไป ความจดจำในแบรนด์มันยิ่งยาก

คนสมัยนี้ จำยากขึ้น เพราะมีเรื่องให้จำเยอะ

บางที ไม่จำด้วย  ดังนั้น เรื่องของความถี่ จึงมีประเด็น

3.การสร้าง Brand Personality

บุคลิกของแบรนด์ใหญ่ มักจะมีความชัดเจน ในเวลาสื่อสาร ทำให้ลูกค้าจำได้ง่าย

Learning from big brand chatz.004.jpeg

การควบคุมแบรนด์ต่อทุกช่องทาง ของแบรนด์ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ

เพราะนอกเหนือไปจากเรื่องการจดจำแล้ว

ยังเป็นเรื่องลดความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีไม่ให้แบรนด์เสียชื่ออีกด้วย

Campaign ของ Coca Cola หรืออย่าง Burgerking เป็นการสะท้อนตัวตนของ Brand

อย่างต่อเนื่อง

Learning from big brand chatz.006.jpeg4.Hastag ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ

 

 

แบรนด์อย่าง Always,Redbull เป็นตัวอย่างทีดีในการสร้าง Hastag #likeagirl

ที่ถือว่าได้กระแสไปเยอะมากใน คลิปวิดีโอยูทูปที่มีวิวระดับหลักล้าน

เพราะการติด Hastag สามารถทำให้คนที่เขาประทับใจในคอนเท้นท์ของแบรนด์

สามารถเข้ามามีส่วนร่วมและทำให้แบรนด์ได้พลังของการต่อยอดจากคนที่ดูคอนเท้นท์และ

ส่งต่อแบรนด์ออกไป

5.การสร้างชุมชนของแบรนด์

Learning from big brand chatz.007.jpeg

แบรนด์อย่าง Fitbit และแบรนด์กล้องยี่ห้อดังต่างๆ เช่น Canon,Fuji,Olympus,Sonyล้วนสร้าง group ปิด และกลุ่มเฉพาะ

เพื่อสร้างให้เกิดการสื่อสารที่ลึกและเป็นเรื่องของสินค้า บริการอย่างลึกซึ้ง

นอกเหนือไปจากเป็นการย้ำให้เกิดการสร้างประสบการณ์ของแบรนด์แล้ว

ยังเป็นการสร้างคอนเท้นท์ด้วยตัวของผู้ใช้เองอีกด้วย

Resource:บางส่วนจาก https://neilpatel.com/blog/big-brand-marketing-lessons/?utm_content=buffer3dc44&utm_medium=social&utm_source=twitter.com&utm_campaign=buffer